<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Website JaJar</title>
	<atom:link href="http://website.jajar.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://website.jajar.com</link>
	<description>ออกแบบเว็บไซต์, รับทำเว็บไซต์, บริษัทรับทำเว็บไซต์, ออกแบบ Website, Web Design, Web Flash, โปรโมทเว็บไซต์</description>
	<lastBuildDate>Wed, 24 Feb 2010 06:31:09 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ตัวอย่าง Website ร้านอาหาร</title>
		<link>http://website.jajar.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-website-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://website.jajar.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-website-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Feb 2010 06:31:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[Web Design]]></category>
		<category><![CDATA[website]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเวบไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บ E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บไซต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://website.jajar.com/?p=302</guid>
		<description><![CDATA[้http://www.littlebasil.com
ตัวอย่าง Website ร้านอาหารไทยที่ทางบริษัทจัดทำขึ้น
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>้http://www.littlebasil.com</p>
<p>ตัวอย่าง Website ร้านอาหารไทยที่ทางบริษัทจัดทำขึ้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://website.jajar.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-website-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>JavaScript คือ อะไร ?</title>
		<link>http://website.jajar.com/javascript-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://website.jajar.com/javascript-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Nov 2009 08:14:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aoy</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[Client-side Script]]></category>
		<category><![CDATA[Interpreted Language]]></category>
		<category><![CDATA[javascript]]></category>
		<category><![CDATA[JavaScript คือ อะไร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://website.jajar.com/?p=291</guid>
		<description><![CDATA[JavaScript เป็นภาษา script ที่ใช้งานบนเว็บเพจต่างๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำให้เว็บเพจสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ดีขึ้น   มักใช้ JavaScript เขียนเป็นฟังก์ชั่นสำหรับใช้งานต่างๆ เช่น ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในแบบฟอร์ม, ตรวจสอบชนิดและรุ่นของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์, สร้างไฟล์ cookie, สร้างลูกเล่นต่างๆ เป็นต้น
JavaScript เป็นภาษาประเภท Interpreted Language กล่าวคือ คอมพิวเตอร์จะแปลคำสั่งที่ละบรรทัด โดยไม่ต้องมีการ compile ก่อน
JavaScript เป็น Client-side Script  ซึ่งจะประมวลผลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ โดยใช้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ เช่น IE (version 3 ขึ้นไป), Netscape (version 2 ขึ้นไป), Firefox ซึ่งสนับสนุนการทำงานของ JavaScript ดีอยู่แล้ว   การที่ JavaScript ไม่ได้ถูกประมวลผลบนเครื่อง Web Server จะช่วยแบ่งเบาภาระการทำงานของ server และทำงานได้รวดเร็ว
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>JavaScript เป็นภาษา script ที่ใช้งานบนเว็บเพจต่างๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำให้เว็บเพจสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ดีขึ้น   มักใช้ JavaScript เขียนเป็นฟังก์ชั่นสำหรับใช้งานต่างๆ เช่น ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในแบบฟอร์ม, ตรวจสอบชนิดและรุ่นของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์, สร้างไฟล์ cookie, สร้างลูกเล่นต่างๆ เป็นต้น</p>
<p>JavaScript เป็นภาษาประเภท Interpreted Language กล่าวคือ คอมพิวเตอร์จะแปลคำสั่งที่ละบรรทัด โดยไม่ต้องมีการ compile ก่อน</p>
<p>JavaScript เป็น Client-side Script  ซึ่งจะประมวลผลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ โดยใช้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ เช่น IE (version 3 ขึ้นไป), Netscape (version 2 ขึ้นไป), Firefox ซึ่งสนับสนุนการทำงานของ JavaScript ดีอยู่แล้ว   การที่ JavaScript ไม่ได้ถูกประมวลผลบนเครื่อง Web Server จะช่วยแบ่งเบาภาระการทำงานของ server และทำงานได้รวดเร็ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://website.jajar.com/javascript-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาตรฐาน W3C</title>
		<link>http://website.jajar.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99-w3c/</link>
		<comments>http://website.jajar.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99-w3c/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Nov 2009 05:02:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aoy</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[W3C]]></category>
		<category><![CDATA[W3C คืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[World Wide Web Consortium]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน W3C]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานของ W3C]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานของ W3C มีอะไรบ้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://website.jajar.com/?p=285</guid>
		<description><![CDATA[W3C คืออะไร
W3C หรือ World Wide Web Consortium เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ทำงานด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเว็บ นำโดยนาย ทิม เบิร์นเนอร์ ลี (Tim Berners-Lee) ก่อตั้ง W3C ในปี ค.ศ.1994 และมีองค์กรสมาชิกมากกว่า 450 องค์กร ซึ่งรวมถึงองค์กรอย่าง Microsoft, Sun Microsystems และอื่น ๆ อีกมากมาย องค์กรนี้ประกอบด้วยสถาบัน 3 สถาบันคือ MIT ในสหรัฐอเมริกา INRIA ในยุโรป และ Keio University ในญี่ปุ่น
มาตรฐานของ W3C มีอะไรบ้าง

HTML 4.0 – Hyper Text Markup Language
XML 1.0 – Extensible Markup Language
XHTML 1.0, 1.1 และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>W3C คืออะไร</strong></p>
<p>W3C หรือ World Wide Web Consortium เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ทำงานด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเว็บ นำโดยนาย ทิม เบิร์นเนอร์ ลี (Tim Berners-Lee) ก่อตั้ง W3C ในปี ค.ศ.1994 และมีองค์กรสมาชิกมากกว่า 450 องค์กร ซึ่งรวมถึงองค์กรอย่าง Microsoft, Sun Microsystems และอื่น ๆ อีกมากมาย องค์กรนี้ประกอบด้วยสถาบัน 3 สถาบันคือ MIT ในสหรัฐอเมริกา INRIA ในยุโรป และ Keio University ในญี่ปุ่น</p>
<p><strong>มาตรฐานของ W3C มีอะไรบ้าง</strong></p>
<ol>
<li>HTML 4.0 – Hyper Text Markup Language</li>
<li>XML 1.0 – Extensible Markup Language</li>
<li>XHTML 1.0, 1.1 และ Modularization</li>
<li>CSS – Cascading Style Sheets</li>
<li>DOM 1 – Document Object Model Level 1</li>
</ol>
<p><strong>ประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำตามมาตรฐานเว็บ</strong></p>
<p>1. ประโยชน์ต่อซอฟแวร์หรือเครื่องจักร</p>
<ul>
<li>Search engine สามารถค้นหาและทำดรรชนีข้อมูลในเว็บได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น</li>
<li>เนื่องจากว่ามาตรฐานเป็นสิ่งที่บราวเซอร์ทุกชนิดเข้าใจ จึงทำให้สามารถเข้าใจโครงสร้างเอกสารเว็บได้ แม้ว่าจะไม่เข้าใจเทคโนโลยีมาตรฐานใหม่ ๆ แต่ก็ยังสามารถแสดงผลได้</li>
<li>นักพัฒนาที่ใช้มาตรฐานจะสามารถตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร (validate) ด้วยเครื่องมือที่มีมากมายในอินเตอร์เน็ทได้ ซึ่งช่วยให้การค้นหาข้อผิดพลาดในเว็บของเราได้ง่ายขึ้น</li>
<li>เอกสารที่ได้มาตรฐานสามารถแปลงไปเป็นเอกสารแบบอื่นได้ง่าย ทำให้เอกสารนั้น ๆใช้งานได้หลายประโยชน์ขึ้น</li>
</ul>
<p>2. ประโยชน์ต่อผู้ใช้</p>
<ul>
<li>ผู้ที่ใช้บราวเซอร์อื่น ๆ ที่แตกต่างไปจากบราวเซอร์ทั่ว ๆ ไปที่เราคุ้นเคยสามารถใช้งานเว็บของเราได้ เช่น คนตาบอดที่ใช้บราวเซอร์เบรลล์หรือ Braille display คนที่ใช้อุปกรณ์พกพาต่าง ๆ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่อาจมีในอนาคต ฯลฯ</li>
<li>สำหรับการทำธุรกิจแล้ว การปฏิเสธผู้ใช้บางกลุ่มสามารถสร้างความแตกต่างในเรื่องของรายได้อย่างคาดไม่ถึง</li>
</ul>
<p>3. ความมีเสถียรภาพ</p>
<ul>
<li>ข้อมูลหรือเนื้อหาต่าง ๆ ที่ทำตามมาตรฐานจะยังสามารถใช้ได้แม้ว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆจะเข้ามาแทน และสามารถแสดงผลลัพธ์ผ่านทางบราวเซอร์ในลักษณะที่ผู้ใช้รับได้ (ไม่น่าเกลียดจนเกินไป) เรียกว่าเป็นการตกยุคอย่างสวยงาม (degrade gracefully)</li>
<li>เนื่องจากว่า เว็บไซต์หนึ่ง ๆ อาจอยู่นานและมีผู้พัฒนาหลายคน ผู้ที่เข้ามาสานงานต่อจะเข้าใจงานที่มีอยู่ได้ง่ายขึ้นหากโค้ดของเราได้มาตรฐาน</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://website.jajar.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99-w3c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>10 ข้อผิดพลาดของการทำ SEO</title>
		<link>http://website.jajar.com/10-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3-seo/</link>
		<comments>http://website.jajar.com/10-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3-seo/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Nov 2009 04:28:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aoy</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[10 ข้อผิดพลาดของการทำ SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[การทำ SEO]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อผิดพลาด SEO]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อผิดพลาดของการทำ SEO]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อผิดพลาดในการทำ SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://website.jajar.com/?p=279</guid>
		<description><![CDATA[1. Targetting the wrong keywords
การเลือกใช้ keyword ที่ผิด เป็นข้อที่นักพัฒนาเว็บผิดพลาดกันมาก แม้กระทั่งผู้ชำนาญด้าน SEO ยังอาจมองข้ามเช่นกัน&#8230; ส่วนใหญ่เรามักจะทำเว็บโดยตั้งชื่อเว็บเป็นชื่อตัวเองหรืออาจเป็นอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ในเชิง SEO อาจส่งผลเรื่องการติดอันดับ เว้นแต่ว่าเว็บของคุณจะโด่งดังแล้ว สังเกตง่ายๆเวลาคุณ search หาอะไรก็ตาม เว็บไซต์ที่ชื่อเป็น keyword มักจะอยู่อันดับต้นๆ เสมอ นอกจากการตั้ง keyword ที่ถูกต้องแล้ว ต้องนำไปวิเคราะห์ตลาดด้วย ควรเอา keyword ที่มีการแข่งขันกันน้อยๆ จะทำให้เว็บของคุณขึ้นอันดับได้เร็วขึ้น
2. Ignoring the Title tag
การเพิกเฉย ไม่สนใจเขียน title อาจทำให้ติดอันดับยาก.. เพราะ title เป็นส่วนที่สำคัญมาก ส่วนใหญ่ search engine จะมองมาที่โดเมนและ title ก่อน เพราะเป็นการบอกว่าเนื้อหาในเว็บของคุณเกี่ยวกับอะไร ถ้าไม่มีอะไรบอก search engine ก็ยากที่เวบไซต์ของคุณจะขึ้นอันดับง่ายๆ &#8230; การเขียน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>1. Targetting the wrong keywords</strong><br />
การเลือกใช้ keyword ที่ผิด เป็นข้อที่นักพัฒนาเว็บผิดพลาดกันมาก แม้กระทั่งผู้ชำนาญด้าน SEO ยังอาจมองข้ามเช่นกัน&#8230; ส่วนใหญ่เรามักจะทำเว็บโดยตั้งชื่อเว็บเป็นชื่อตัวเองหรืออาจเป็นอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ในเชิง SEO อาจส่งผลเรื่องการติดอันดับ เว้นแต่ว่าเว็บของคุณจะโด่งดังแล้ว สังเกตง่ายๆเวลาคุณ search หาอะไรก็ตาม เว็บไซต์ที่ชื่อเป็น keyword มักจะอยู่อันดับต้นๆ เสมอ นอกจากการตั้ง keyword ที่ถูกต้องแล้ว ต้องนำไปวิเคราะห์ตลาดด้วย ควรเอา keyword ที่มีการแข่งขันกันน้อยๆ จะทำให้เว็บของคุณขึ้นอันดับได้เร็วขึ้น</p>
<p><strong>2. Ignoring the Title tag</strong><br />
การเพิกเฉย ไม่สนใจเขียน title อาจทำให้ติดอันดับยาก.. เพราะ title เป็นส่วนที่สำคัญมาก ส่วนใหญ่ search engine จะมองมาที่โดเมนและ title ก่อน เพราะเป็นการบอกว่าเนื้อหาในเว็บของคุณเกี่ยวกับอะไร ถ้าไม่มีอะไรบอก search engine ก็ยากที่เวบไซต์ของคุณจะขึ้นอันดับง่ายๆ &#8230; การเขียน title ที่ดีควรมี keyword ด้วย</p>
<p><strong>3. A Flash website without a html alternative</strong><br />
เว็บไซต์ที่ทำด้วย flash ดึงดูดผู้ใช้เว็บไซต์มาก แต่ไม่ใช่สำหรับ spider ของ search engine เพราะไม่ชอบ flash และ ไม่สามารถอ่าน flash ได้ดี &#8230; ดีที่สุดควรทำเว็บแบบ html ธรรมดา</p>
<p><strong>4. JavaScript Menus</strong><br />
search engine ไม่ค่อยอ่านหน้าเว็บที่เป็น JavaScript ..วิธีการแก้ไขก็คือควรทำ link ใน html ของคุณไปอ่าน JavaScript ต่างหาก</p>
<p><strong>5. Lack of consistency and maintenance</strong><br />
เว็บขาดการดูแลและเอาใจใส่ &#8230; ควรมีความสม่ำเสมอในการพัฒนาเว็บไซต์ เช่น อัปเดต ข้อมูลให้น่าสนใจสำหรับผู้อ่าน จะสังเกตว่าอันดับใน search engine ของคุณ เปลี่ยนแปลงทุกวัน ถ้าเราหยุดอัฟเดตเว็บแค่ช่วงเวลาหนึ่งมันจะทำให้เว็บเราตกอันดับไปไกล.. เพราะฉะนั้นก็คิดซะว่า การที่ทำเว็บไซต์ขึ้นมาสักเว็บ หมายถึงว่าคุณได้ทำธุรกิจอีกอันหนึ่งแล้ว ก็ต้องดูแลเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ จึงจะเป็นธุรกิจที่ดีได้</p>
<p><strong>6. Concentrating too much on meta tags</strong><br />
คนส่วนใหญ่มักจะเพ่งไปที่การทำ meta tage (title, keyword, title description) ก็เป็นเรื่องถูกต้องแล้ว แต่การทำ SEO ที่มุ่งแต่เพียง meta tag อย่างเดียว ไม่ทำให้ขึ้นอันดับดีได้เสมอ.. มีอีกหลายๆอย่างที่คุณควรให้ความสำคัญโดยเฉพาะเนื้อหาที่มีคุณภาพ และ backlink</p>
<p><strong>7. Using only Images for Headings</strong><br />
หลายคนคิดว่าการใช้เพียงรูปภาพและเขียนหัวข้อที่ดึงดูด จะทำให้คนเข้าเว็บได้มาก &#8230;ก็ถูกต้อง แต่เข้ามาแล้วจะกลับมาชมอีกหรือไม่ ไม่แน่ เพราะถ้าไม่มีเนื้อหาอะไรเลย ก็เหมือนเป็นเว็บไซต์ร้างๆ อีก1 เว็บ<br />
เว็บไซต์ที่ดีมักจะมีแฟนๆ เข้ามาติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอ.. อีกอย่าง search engine จะอ่าน text เป็นหลักด้วย</p>
<p><strong>8. Ignoring URLs</strong><br />
ไม่สนใจโดเมนหรือ sub โดเมน .. อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า search engine จะมองมาที่โดเมนและ title ก่อน<br />
การใช้ keyword ลงไปใน โดเมนและsub โดเมน ก็สำคัญเช่นกัน</p>
<p><strong>9. Backlink spamming</strong><br />
search engine ใหญ่ๆ อย่าง Google เน้นเรื่อง backlink ซึ่งเป็นการบอกว่า เว็บไซต์นั้นมีเนื้อหาดีจึงมี backlink เยอะ&#8230; ไม่แปลกที่จะมีคนทำเว็บหลายคนที่ต้องการได้ backlink เร็วๆ จึงพยายามโกงด้วยวิธีต่างๆ ซึ่ง ไม่เป็นการดีเลย ..ถ้า search engine จับได้ เวบไซต์จะโดนแบนทันที &#8230;เพราะฉะนั้นพยายามทำ quility backlink ดีทีสุด โดยเน้นเนื้อหาดีๆมีคุณภาพ จะได้ backlink เองธรรมชาติ</p>
<p><strong>10. Lack of keywords in the content</strong><br />
ขาดการใช้ keyword ในเนื้อหาของเว็บไซต์ &#8230; มี search engine หลายที่ที่เน้น เรื่อง keyword และการใช้ keyword ในเนื้อหา จะทำให้หน้าเว็บของเนื้อหานั้นๆ สามารถปรากฎในผลลัพธ์การค้นหาจาก keyword นั้นได้</p>
<p>กล่าวโดยสรุป ความผิดพลาดส่วนใหญ่ คือ การที่เน้นทำ SEO ในทางเดียวเกินไป ซึ่งในความเป็นจริง การทำ SEO ในทุกกระบวนการสำคัญทั้งหมด ทั้ง การใช้ keyword ให้ถูกต้อง การทำเว็บให้น่าสนใจ และดูแลเนื้อหา โดยเฉพาะการทำเนื้อหาที่มีคุณภาพ เพราะถ้าคุณมีเนื้อหาคุณภาพแล้ว คนอื่นๆ จะนำเรื่องของคุณไปแปะที่เว็บของเค้าเอง โดยมี link ของเราไปด้วย.. ซึ่งคุณจะได้ backlink โดยธรรมชาติและมหาศาล เว็บไซต์ของคุณจะอยู่อันดับต้นๆ ของ search engine ได้อย่างภาคภูมิและมั่นคงอย่างแน่นอน&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://website.jajar.com/10-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3-seo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การทำเว็บไซต์มีข้อดีการตลาดแบบนี้พอสรุปได้ดังนี้</title>
		<link>http://website.jajar.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://website.jajar.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Oct 2009 04:32:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>toumtim</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[การทำเว็บไซต์มีข้อดีการตลาดแบบนี้พอสรุปได้ดังนี้]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อดีสำหรับลูกค้า]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้ประกอบการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://website.jajar.com/?p=272</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับผู้ประกอบการ
1. ทำให้สามารถประหยัดเงิน เพราะไม่ต้องทำเอกสารประกอบการขายเช่นแค็ตตาล็อค โบว์ชัวร์ และเอกสารประกอบการขายอื่นๆ และไม่เสียค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสาร เหตุผลเหล่านี้ทำให้ต้นทุนในการสื่อสารต่ำลง
2. ทำให้สามารถประหยัดเวลาและลดขั้นตอนทางการตลาด เนื่องจากไม่ต้องใช้เวลาในการผลิตสื่อทั้งทางด้านการประสานงานกับบริษัทโฆษณาและการผลิตเอกสาร ลดขั้นตอนการใช้พนักงานขายในการเข้าพบลูกค้า   ผู้ประกอบการสามารถเสนอข้อมูล
ให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง และเมื่อลูกค้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือเฉพาะเจาะจงผู้ประกอบการก็สามารถจัดทำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้การซื้อขายสะดวกขึ้น
3. ทำให้ผู้ขายสามารถกำหนดขบวนการการซื้อได้ เพราะการขายบนเว็บผู้ขายสามารถจัดขั้นตอนการจัดซื้อให้ลูกค้าดำเนินตามขั้นตอนที่กำหนดด้วยการอำนวยความสะดวกในเรื่องของแบบฟอร์มและการกรอก เพียงลูกค้าคลิ๊กเม้าท์เท่านั้น
ขบวนการในการซื้อก็จบลง ซึ่งเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด
4. ทำให้ผู้ขายสามารถให้ข้อมูลแก่ลูกค้าได้มากเท่าที่ลูกค้าต้องการและข้อมูลจะเป็นมาตรฐาน ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับการตลาดแบบดั้งเดิมที่ใช้พนักงานเป็นผู้ให้ข้อมูล มาตราฐานของข้อมูลจะขึ้นอยู่กับความเหนื่อยและอารมณ์ของพนักงาน
5. ทำให้ตลาดกว้างใหญ่ไพศาล เพราะสามารถขายให้กับลูกค้าทั่วโลก ดังนั้นระยะทางและเวลาจะไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการขาย
6. ทำให้สามารถกำจัดอุปสรรคในการขายสินค้าในบางประเทศเพราะสามารถขายให้กับทุกคนที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ กฎ ระเบียบ และข้อจำกัดต่างๆ ทางการค้าซึ่งเคยเป็นอุปสรรคในการตลาดแบบดั้งเดิมจะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป โดยเฉพาะยิ่งสินค้าที่ซื้อขายด้วยวิธีดาวน์โหลด
7. ทำให้สามารถขายและสื่อสารได้ตลอดเวลาด้วยมาตรฐานเดียวกันตลอด  365 วัน และ 24 ชั่วโมง ซึ่งทำให้สามารถขายได้ตลอดเวลา
8. ทำให้การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ทำได้กว้างขวาง เพราะสามารถเชื่อมโยงกับเว็บต่างๆได้ ผู้สนใจสามารถ ค้นหาข้อมูลจากเว็บอื่นได้ ทำให้เข้าถึงผู้ซื้อได้มาก
9. ข้อมูลจากผู้ซื้อทำให้นักการตลาดปรับแผนและกลยุทธ์การตลาดได้อย่างรวดเร็ว ข้อเสนอแนะหรือข้อคิดเห็นของผู้ซื้อจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงสินค้า ราคา เงื่อนไขและกลยุทธ์การตลาดต่างๆได้
10. ทำให้ผู้ประกอบการสามารถสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาดของคู่แข่งขันได้โดยการเข้าไปในเว็บของคู่แข่งขันก็จะทราบกลยุทธ์การตลาด  ทำให้สามารถปรับแผนการตลาดได้อย่างรวดเร็ว
ข้อดีสำหรับลูกค้า
1.  ลูกค้าสามารถเลือกสินค้าและบริการได้ทั่วโลกทำให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด
2.  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับผู้ประกอบการ<br />
1. ทำให้สามารถประหยัดเงิน เพราะไม่ต้องทำเอกสารประกอบการขายเช่นแค็ตตาล็อค โบว์ชัวร์ และเอกสารประกอบการขายอื่นๆ และไม่เสียค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสาร เหตุผลเหล่านี้ทำให้ต้นทุนในการสื่อสารต่ำลง</p>
<p>2. ทำให้สามารถประหยัดเวลาและลดขั้นตอนทางการตลาด เนื่องจากไม่ต้องใช้เวลาในการผลิตสื่อทั้งทางด้านการประสานงานกับบริษัทโฆษณาและการผลิตเอกสาร ลดขั้นตอนการใช้พนักงานขายในการเข้าพบลูกค้า   ผู้ประกอบการสามารถเสนอข้อมูล<br />
ให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง และเมื่อลูกค้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือเฉพาะเจาะจงผู้ประกอบการก็สามารถจัดทำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้การซื้อขายสะดวกขึ้น</p>
<p>3. ทำให้ผู้ขายสามารถกำหนดขบวนการการซื้อได้ เพราะการขายบนเว็บผู้ขายสามารถจัดขั้นตอนการจัดซื้อให้ลูกค้าดำเนินตามขั้นตอนที่กำหนดด้วยการอำนวยความสะดวกในเรื่องของแบบฟอร์มและการกรอก เพียงลูกค้าคลิ๊กเม้าท์เท่านั้น<br />
ขบวนการในการซื้อก็จบลง ซึ่งเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด</p>
<p>4. ทำให้ผู้ขายสามารถให้ข้อมูลแก่ลูกค้าได้มากเท่าที่ลูกค้าต้องการและข้อมูลจะเป็นมาตรฐาน ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับการตลาดแบบดั้งเดิมที่ใช้พนักงานเป็นผู้ให้ข้อมูล มาตราฐานของข้อมูลจะขึ้นอยู่กับความเหนื่อยและอารมณ์ของพนักงาน</p>
<p>5. ทำให้ตลาดกว้างใหญ่ไพศาล เพราะสามารถขายให้กับลูกค้าทั่วโลก ดังนั้นระยะทางและเวลาจะไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการขาย</p>
<p>6. ทำให้สามารถกำจัดอุปสรรคในการขายสินค้าในบางประเทศเพราะสามารถขายให้กับทุกคนที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ กฎ ระเบียบ และข้อจำกัดต่างๆ ทางการค้าซึ่งเคยเป็นอุปสรรคในการตลาดแบบดั้งเดิมจะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป โดยเฉพาะยิ่งสินค้าที่ซื้อขายด้วยวิธีดาวน์โหลด</p>
<p>7. ทำให้สามารถขายและสื่อสารได้ตลอดเวลาด้วยมาตรฐานเดียวกันตลอด  365 วัน และ 24 ชั่วโมง ซึ่งทำให้สามารถขายได้ตลอดเวลา</p>
<p>8. ทำให้การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ทำได้กว้างขวาง เพราะสามารถเชื่อมโยงกับเว็บต่างๆได้ ผู้สนใจสามารถ ค้นหาข้อมูลจากเว็บอื่นได้ ทำให้เข้าถึงผู้ซื้อได้มาก</p>
<p>9. ข้อมูลจากผู้ซื้อทำให้นักการตลาดปรับแผนและกลยุทธ์การตลาดได้อย่างรวดเร็ว ข้อเสนอแนะหรือข้อคิดเห็นของผู้ซื้อจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงสินค้า ราคา เงื่อนไขและกลยุทธ์การตลาดต่างๆได้</p>
<p>10. ทำให้ผู้ประกอบการสามารถสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาดของคู่แข่งขันได้โดยการเข้าไปในเว็บของคู่แข่งขันก็จะทราบกลยุทธ์การตลาด  ทำให้สามารถปรับแผนการตลาดได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>ข้อดีสำหรับลูกค้า<br />
1.  ลูกค้าสามารถเลือกสินค้าและบริการได้ทั่วโลกทำให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด</p>
<p>2.  ผู้ซื้อจ่ายเงินซื้อสินค้าน้อยลง เพราะผู้ขายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทางด้านคนกลาง นอกจากนี้ผู้ขายมักจะขายในราคาใกล้เคียงกับคู่แข่งขันเพราะผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบราคาได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว</p>
<p>3.  ผู้ซื้อประหยัดเวลาในการเลือกซื้อ เพราะสามารถหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและใกล้เคียงกับความเป็นจริง ในการตลาดแบบดั้งเดิมผู้ซื้อต้องเดินทางหลายแห่ง หรือต้องเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปยังสถานที่ขายสินค้า แม้ว่าถึงสถานที่ขายก็อาจมีสินค้า<br />
ให้เปรียบเทียบได้ไม่ครบ แต่การเลือกซื้อบนเว็บสามารถเปรียบเทียบสินค้าได้ครบและด้วยเทคโนโลยีสามารถทำให้สินค้าใกล้เคียงความจริงมากที่สุด </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://website.jajar.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;กฎ 23 ข้อ&#8221; ทำให้เว็บน่าสนใจ</title>
		<link>http://website.jajar.com/%e0%b8%81%e0%b8%8e-23-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://website.jajar.com/%e0%b8%81%e0%b8%8e-23-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Oct 2009 06:14:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aoy</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[website]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบเว็บไซต์ที่ดี]]></category>
		<category><![CDATA[ทำให้เว็บน่าสนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บไซต์ที่ดี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://website.jajar.com/?p=262</guid>
		<description><![CDATA[เป็นกฎง่ายๆ ที่ทำให้เว็บไซต์เป็นที่ดึงดูดของผู้ใช้มากที่สุด

ตัวอักษรดึงดูดความสนใจได้เร็วกว่าภาพหรือกราฟฟิค
จุดแรกที่สายตามองคือ มุมซ้ายบนของหน้าเว็บ ส่วนใหญ่จะวางโลโก้ไว้มุมซ้ายบน
ผู้ใช้จะมองไปที่มุมซ้ายบนของเว็บไซต์ ก่อนที่จะเลื่อนสายตาลงมาด้านล่างขวาเรื่อยๆ
ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่สนใจมองแบนเนอร์โฆษณา ไม่ควรมีแบนเนอร์เยอะ
รูปแบบเว็บไซต์และตัวอักษรที่มีสีสันสะดุดตา มักไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้
แสดงข้อมูลเป็นตัวเลข จะดึงดูดสายตามากกว่าเขียนเป็นตัวอักษร
ขนาดตัวอักษรมีผลต่อพฤติกรรมการใช้เว็บ โดยตัวอักษรเล็กๆ จะทำให้คนอ่านอย่างละเอียด ขณะที่ตัวอักษรใหญ่ ทำให้คนมองเป็นอันดับแรก
คนส่วนใหญ่อ่านพาดหัวรอง ในกรณีที่น่าสนใจจริงๆ
คนมักจะอ่านส่วนล่างของหน้าเว็บแบบผ่านๆ
ประโยคหรือย่อหน้าสั้นๆ ดึงดูดความสนใจของคนอ่านมากกว่า
รูปแบบเว็บไซต์ที่มีแถวแนวตั้งแถวเดียว ดึงดูดสายตามากกว่าหลายแถว
แบนเนอร์โฆษณาที่อยู่บริเวณบนสุดและซ้ายสุด จะดึงดูดสายตามากที่สุด
การวางโฆษณาใกล้กับคอนเทนท์ที่ดีที่สุด จะได้รับความสนใจจากผู้ใช้ค่อนข้างมาก
โฆษณาแบบตัวอักษรได้รับความสนใจมากกว่าโฆษณาแบบภาพหรือกราฟฟิค
ภาพยิ่งใหญ่ ยิ่งดึงดูดความสนใจได้มาก
ภาพที่ชัด ดูง่าย และถ่ายบุคคลจริงๆ จะได้รับความสนใจจากคนดู มากกว่าภาพประเภทดีไซน์จัดๆ ภาพนามธรรม (abstract) หรือภาพนายแบบ-นางแบบ
หน้าเว็บไซต์ก็เหมือนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ เพราะฉะนั้น พาดหัวจะได้รับความสนใจมากที่สุด
คนส่วนใหญ่มักจะสนใจหัวข้อและเมนูต่างๆ ในเว็บไซต์
ถ้ามีบทความยาวๆ ในเว็บไซต์หรือบล็อก หากแยกเนื้อหาออกเป็นข้อๆ จะได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากขึ้น
ผู้ใช้มักจะไม่อ่านบทความที่ติดกันยาวๆ หลายบรรทัด ดังนั้น ถ้าบทความยาวมาก ควรแตกเป็นย่อหน้าย่อยๆ
การดึงความสนใจของคนให้อ่านบทความให้มากและนานที่สุด คือการใช้รูปแบบตัวอักษรที่แตกต่างกันไป เช่น ตัวหนา ตัวใหญ่ ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ หรือตัวอักษรสีต่างๆ แต่ไม่ควรใช้มากเกินไป เพราะทำให้ผู้อ่านหมดความสนใจเช่นกัน
เว้นที่ว่างบนหน้าเว็บบ้างก็ดี ไม่ต้องใส่ข้อมูลหรือภาพบนทุกอณูของเว็บก็ได้
ปุ่ม navigation ควรวางไว้บนสุดของหน้าเว็บ เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ได้ง่ายที่สุด

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นกฎง่ายๆ ที่ทำให้เว็บไซต์เป็นที่ดึงดูดของผู้ใช้มากที่สุด</p>
<ul>
<li>ตัวอักษรดึงดูดความสนใจได้เร็วกว่าภาพหรือกราฟฟิค</li>
<li>จุดแรกที่สายตามองคือ มุมซ้ายบนของหน้าเว็บ ส่วนใหญ่จะวางโลโก้ไว้มุมซ้ายบน</li>
<li>ผู้ใช้จะมองไปที่มุมซ้ายบนของเว็บไซต์ ก่อนที่จะเลื่อนสายตาลงมาด้านล่างขวาเรื่อยๆ</li>
<li>ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่สนใจมองแบนเนอร์โฆษณา ไม่ควรมีแบนเนอร์เยอะ</li>
<li>รูปแบบเว็บไซต์และตัวอักษรที่มีสีสันสะดุดตา มักไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้</li>
<li>แสดงข้อมูลเป็นตัวเลข จะดึงดูดสายตามากกว่าเขียนเป็นตัวอักษร</li>
<li>ขนาดตัวอักษรมีผลต่อพฤติกรรมการใช้เว็บ โดยตัวอักษรเล็กๆ จะทำให้คนอ่านอย่างละเอียด ขณะที่ตัวอักษรใหญ่ ทำให้คนมองเป็นอันดับแรก</li>
<li>คนส่วนใหญ่อ่านพาดหัวรอง ในกรณีที่น่าสนใจจริงๆ</li>
<li>คนมักจะอ่านส่วนล่างของหน้าเว็บแบบผ่านๆ</li>
<li>ประโยคหรือย่อหน้าสั้นๆ ดึงดูดความสนใจของคนอ่านมากกว่า</li>
<li>รูปแบบเว็บไซต์ที่มีแถวแนวตั้งแถวเดียว ดึงดูดสายตามากกว่าหลายแถว</li>
<li>แบนเนอร์โฆษณาที่อยู่บริเวณบนสุดและซ้ายสุด จะดึงดูดสายตามากที่สุด</li>
<li>การวางโฆษณาใกล้กับคอนเทนท์ที่ดีที่สุด จะได้รับความสนใจจากผู้ใช้ค่อนข้างมาก</li>
<li>โฆษณาแบบตัวอักษรได้รับความสนใจมากกว่าโฆษณาแบบภาพหรือกราฟฟิค</li>
<li>ภาพยิ่งใหญ่ ยิ่งดึงดูดความสนใจได้มาก</li>
<li>ภาพที่ชัด ดูง่าย และถ่ายบุคคลจริงๆ จะได้รับความสนใจจากคนดู มากกว่าภาพประเภทดีไซน์จัดๆ ภาพนามธรรม (abstract) หรือภาพนายแบบ-นางแบบ</li>
<li>หน้าเว็บไซต์ก็เหมือนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ เพราะฉะนั้น พาดหัวจะได้รับความสนใจมากที่สุด</li>
<li>คนส่วนใหญ่มักจะสนใจหัวข้อและเมนูต่างๆ ในเว็บไซต์</li>
<li>ถ้ามีบทความยาวๆ ในเว็บไซต์หรือบล็อก หากแยกเนื้อหาออกเป็นข้อๆ จะได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากขึ้น</li>
<li>ผู้ใช้มักจะไม่อ่านบทความที่ติดกันยาวๆ หลายบรรทัด ดังนั้น ถ้าบทความยาวมาก ควรแตกเป็นย่อหน้าย่อยๆ</li>
<li>การดึงความสนใจของคนให้อ่านบทความให้มากและนานที่สุด คือการใช้รูปแบบตัวอักษรที่แตกต่างกันไป เช่น ตัวหนา ตัวใหญ่ ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ หรือตัวอักษรสีต่างๆ แต่ไม่ควรใช้มากเกินไป เพราะทำให้ผู้อ่านหมดความสนใจเช่นกัน</li>
<li>เว้นที่ว่างบนหน้าเว็บบ้างก็ดี ไม่ต้องใส่ข้อมูลหรือภาพบนทุกอณูของเว็บก็ได้</li>
<li>ปุ่ม navigation ควรวางไว้บนสุดของหน้าเว็บ เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ได้ง่ายที่สุด</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://website.jajar.com/%e0%b8%81%e0%b8%8e-23-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เตรียมตัวก่อนทำเว็บไซต์</title>
		<link>http://website.jajar.com/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://website.jajar.com/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2009 10:54:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aoy</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[Web Design]]></category>
		<category><![CDATA[web design company]]></category>
		<category><![CDATA[website]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนการทำเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเวบไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[บริการจัดทำเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวก่อนทำเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บไซต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://website.jajar.com/?p=250</guid>
		<description><![CDATA[สามารถสรุปได้ดังนี้
1. กำหนดวัตถุประสงค์
สิ่งนี้สำคัญมากเป็นอันดับแรก เพราะต้องรู้ก่อนว่าเราจะทำเว็บไซต์อะไร ทำให้ใครดู แล้วเราต้องการอะไรจากเว็บนี้ และเมื่อเราสรุปได้  วัตถุประสงค์นี้เอง ที่จะพาเราไปยังการเตรียมข้อมูลในจุดต่าง ๆ
2. รวบรวมข้อมูลที่เป็นรูปภาพ และ ตัวอักษร
หลังจากที่เราได้รู้ถึงวัตถุประสงค์ที่แน่นอนแล้ว เราก็รวบรวมข้อมูลที่ต้องใช้ในเว็บเรา แล้วมาเรียบเรียงให้เรียบร้อยและเป็นหมวดหมู่
3. จัดหาผู้ให้บริการจัดทำเว็บไซต์  ( Web design company )
เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้คือการขอคำปรึกษาจากทีมงานที่จัดทำเว็บไซต์ ว่าวัตถุประสงค์และข้อมูลที่เรามีนั้นเพียงพอหรือไม่ และยังขาดอะไรอีกบ้าง  เมื่อผู้จัดทำเว็บไซต์ได้ทราบความต้องการแล้ว ก็จะเริ่มจัดวางโครงสร้างของเว็บไซต์ที่แน่นอน ให้ตามวัตถุประสงค์ และ ข้อมูลที่มีอยู่ ( อาจจะมีข้อมูลบางส่วนที่ขาดตกไปบ้างก็ตามเก็บ หลังจากที่เริ่มดำเนินงานได้ )
   
4. ตรวจสอบรูปแบบงานอย่างรอบคอบ
ในขั้นตอนการจัดทำนั้น จะมีขั้นตอนที่ให้ทำการตรวจสอบรูปแบบ  ทางผู้จัดทำจะออกแบบตัวงานให้ดูเป็นตัวอย่าง เพื่อให้ลูกค้าตรวจสอบว่าชอบแนวทางงาน ในลักษณะที่นำเสนอหรือไม่ ( ขั้นนี้สำคัญมากสิ่งที่ลูกค้าทุกคนมักจะลืมกันคือ หากแบบที่ผ่านการตรวจสอบไปแล้วจะแก้ไขไม่ได้ และจะมีปัญหาเกิดขึ้นในขั้นตอนนี้อยู่บ่อยครั้ง )  หากว่ารูปแบบถูกตรวจสอบก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
 
5. จัดทำเว็บไซต์ขึ้นตามรูปแบบงานที่ผ่านการตรวจสอบ
เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้รูปแบบการจัดวางจะไม่มีการปรับเปลี่ยน จากผู้จัดทำแล้วเว้นแต่การเพิ่มเติม แก้ไขตัวอักษรที่พิมพ์ผิด หรือ ปรับเปลี่ยนรูปภาพที่ใช้  หากในกรณีที่เว็บไซต์มีโปรแกรมก็จะทำการจัดทำโปรแกรมขึ้นมา ตามรูปแบบงานที่ผ่านการตรวจสอบ ( ตรงนี้ก็เน้นว่าทำตามแบบงานที่ผ่านการตรวจสอบ ดังนั้นหากมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานในขั้นตอนนี้ จึงถือเป็นเรื่องใหญ่ของผู้จัดทำเว็บไซต์ )
 
 6. นำงานขึ้นออนไลน์
หลังจากที่ได้ทำการแก้ไขข้อมูลถูกต้องแล้ว ( จำนวนครั้งที่แก้ไขข้อมูลนั้นต้องขึ้นอยู่กับข้อตกลงของลูกค้ากับทางผู้จัดทำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สามารถสรุปได้ดังนี้</p>
<p>1. กำหนดวัตถุประสงค์<br />
สิ่งนี้สำคัญมากเป็นอันดับแรก เพราะต้องรู้ก่อนว่าเราจะทำเว็บไซต์อะไร ทำให้ใครดู แล้วเราต้องการอะไรจากเว็บนี้ และเมื่อเราสรุปได้  วัตถุประสงค์นี้เอง ที่จะพาเราไปยังการเตรียมข้อมูลในจุดต่าง ๆ</p>
<p>2. รวบรวมข้อมูลที่เป็นรูปภาพ และ ตัวอักษร<br />
หลังจากที่เราได้รู้ถึงวัตถุประสงค์ที่แน่นอนแล้ว เราก็รวบรวมข้อมูลที่ต้องใช้ในเว็บเรา แล้วมาเรียบเรียงให้เรียบร้อยและเป็นหมวดหมู่</p>
<p>3. จัดหาผู้ให้บริการจัดทำเว็บไซต์  ( Web design company )<br />
เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้คือการขอคำปรึกษาจากทีมงานที่จัดทำเว็บไซต์ ว่าวัตถุประสงค์และข้อมูลที่เรามีนั้นเพียงพอหรือไม่ และยังขาดอะไรอีกบ้าง  เมื่อผู้จัดทำเว็บไซต์ได้ทราบความต้องการแล้ว ก็จะเริ่มจัดวางโครงสร้างของเว็บไซต์ที่แน่นอน ให้ตามวัตถุประสงค์ และ ข้อมูลที่มีอยู่ ( อาจจะมีข้อมูลบางส่วนที่ขาดตกไปบ้างก็ตามเก็บ หลังจากที่เริ่มดำเนินงานได้ )<br />
   <br />
4. ตรวจสอบรูปแบบงานอย่างรอบคอบ<br />
ในขั้นตอนการจัดทำนั้น จะมีขั้นตอนที่ให้ทำการตรวจสอบรูปแบบ  ทางผู้จัดทำจะออกแบบตัวงานให้ดูเป็นตัวอย่าง เพื่อให้ลูกค้าตรวจสอบว่าชอบแนวทางงาน ในลักษณะที่นำเสนอหรือไม่ ( ขั้นนี้สำคัญมากสิ่งที่ลูกค้าทุกคนมักจะลืมกันคือ หากแบบที่ผ่านการตรวจสอบไปแล้วจะแก้ไขไม่ได้ และจะมีปัญหาเกิดขึ้นในขั้นตอนนี้อยู่บ่อยครั้ง )  หากว่ารูปแบบถูกตรวจสอบก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป<br />
 <br />
5. จัดทำเว็บไซต์ขึ้นตามรูปแบบงานที่ผ่านการตรวจสอบ<br />
เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้รูปแบบการจัดวางจะไม่มีการปรับเปลี่ยน จากผู้จัดทำแล้วเว้นแต่การเพิ่มเติม แก้ไขตัวอักษรที่พิมพ์ผิด หรือ ปรับเปลี่ยนรูปภาพที่ใช้  หากในกรณีที่เว็บไซต์มีโปรแกรมก็จะทำการจัดทำโปรแกรมขึ้นมา ตามรูปแบบงานที่ผ่านการตรวจสอบ ( ตรงนี้ก็เน้นว่าทำตามแบบงานที่ผ่านการตรวจสอบ ดังนั้นหากมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานในขั้นตอนนี้ จึงถือเป็นเรื่องใหญ่ของผู้จัดทำเว็บไซต์ )<br />
 <br />
 6. นำงานขึ้นออนไลน์<br />
หลังจากที่ได้ทำการแก้ไขข้อมูลถูกต้องแล้ว ( จำนวนครั้งที่แก้ไขข้อมูลนั้นต้องขึ้นอยู่กับข้อตกลงของลูกค้ากับทางผู้จัดทำ ) ก็จะนำเว็บไซต์ขึ้นออนไลน์  และตรวจสอบการทำงานบนเว็บไซต์ครั้งสุดท้ายหลังจากที่ออนไลน์<br />
 <br />
 7. ดูแลเนื้องานตลอดอายุสัญญา<br />
คือขั้นตอนการดูแลเนื้องานในส่วนต่างๆ ตามแต่ที่ได้ตกลงกันไว้<br />
 <br />
 สิ่งสำคัญของเนื้องานที่กล่าวมาทั้งหมดจะสังเกตได้ว่าประเด็นหลักคือเรื่อง “กำหนดวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ ( website objective )” เพราะหากไม่มีการตั้งวัตถุประสงค์ของงานขึ้นมาแล้ว เชื่อได้เลยว่างานก็จะถูกดำเนินงานไปแบบไม่มีแนวทาง ไม่มีเหตุและผลของการทำงาน สุดท้ายจะพาไปสู่การมีปัญหากันระหว่างลูกค้าและผู้จัดทำเว็บไซต์ อีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือเรื่องลิขสิทธิ์รูปภาพ ลิขสิทธิ์รูปแบบตัวอักษร ก่อนทำควรจะตรวจสอบให้แน่นอนเสียก่อนว่าผู้ให้บริการจัดทำเว็บไซต์นั้น  ไม่ได้มีการบิดเบือนเรื่องลิขสิทธิ์ต่าง ๆ เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบคือเจ้าของเว็บไซต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://website.jajar.com/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Web Hosting คืออะไร</title>
		<link>http://website.jajar.com/web-hosting-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://website.jajar.com/web-hosting-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2009 07:53:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>toumtim</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[Web Hosting คืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[คุณสมบัติที่ดีของเว็บโฮสติ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เราควรเลือก Web Hosting แบบใด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://website.jajar.com/?p=248</guid>
		<description><![CDATA[web hosting คือ การบริการให้เช่าพื้นที่ในการทำเว็บไซต์ หรือหากต้องการจัดทำเว็บไซต์เป็นของตัวเอง จะต้องทำการจดโดเมนก่อนและหลังจากนั้น ก็ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์เสร็จแล้วจึงเช่าโฮสติ้ง สามารถจดโดเมนพร้อมกับเช่าโฮสติ้งพร้อมกันได้ทันที
เราควรเลือก Web Hosting แบบใด 
คุณสมบัติที่ดีของเว็บโฮสติ้ง
1. เว็บโฮสติ้ง จะต้องไม่ล่มบ่อย และมี Uptime มากกว่า 90%
2. เว็บโฮสติ้ง จะต้องมีระบบป้องกันไวรัสหรือสแปม ขั้นต่ำ 90%
3. เว็บโฮสติ้ง จะต้องมีการสำรองข้อมูลอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง
4. เว็บโฮสติ้ง จะต้องมีความรวดเร็วในการโหลดเว็บ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>web hosting คือ การบริการให้เช่าพื้นที่ในการทำเว็บไซต์ หรือหากต้องการจัดทำเว็บไซต์เป็นของตัวเอง จะต้องทำการจดโดเมนก่อนและหลังจากนั้น ก็ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์เสร็จแล้วจึงเช่าโฮสติ้ง สามารถจดโดเมนพร้อมกับเช่าโฮสติ้งพร้อมกันได้ทันที</p>
<p>เราควรเลือก Web Hosting แบบใด </p>
<p>คุณสมบัติที่ดีของเว็บโฮสติ้ง</p>
<p>1. เว็บโฮสติ้ง จะต้องไม่ล่มบ่อย และมี Uptime มากกว่า 90%<br />
2. เว็บโฮสติ้ง จะต้องมีระบบป้องกันไวรัสหรือสแปม ขั้นต่ำ 90%<br />
3. เว็บโฮสติ้ง จะต้องมีการสำรองข้อมูลอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง<br />
4. เว็บโฮสติ้ง จะต้องมีความรวดเร็วในการโหลดเว็บ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://website.jajar.com/web-hosting-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สาเหตุที่เว็บไม่ “เวิร์ค”</title>
		<link>http://website.jajar.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e2%80%9c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://website.jajar.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e2%80%9c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2009 05:08:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aoy</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[E-Commerce Website]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[สาเหตุที่เว็บไม่ “เวิร์ค”]]></category>
		<category><![CDATA[สาเหตุที่เว็บไม่ดี]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บ E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บอีคอมเมิร์ช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://website.jajar.com/?p=244</guid>
		<description><![CDATA[การทำอีคอมเมิร์ชนั้น คงไม่ใช่แค่เพียงการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา แล้วใครต่อใครก็ต่ออินเทอร์เน็ตเข้าไปดูกันได้เท่านั้น เพราะหากว่าไปแล้ว เว็บไซต์ก็เหมือน “ภาพพจน์” หนึ่งของบริษัท หากท่านอยากทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ ควรคำนึงถึงอุปสรรคเหล่านี้ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะวัดชะตาว่าเว็บของเราจะรุ่งหรือร่วง

การนำเสนอข้อมูลบนเว็บไซต์ หลายเว็บไซต์ยังขาดทักษะเรื่องของภาษา การนำเสนอขายสินค้า บางครั้งแค่ใส่ขนาดกับราคาเพียงเท่านั้น ขาดรายละเอียดทั้งในเรื่องของวัสดุ การใช้งาน และข้อมูลต่างๆ ที่ลูกค้าต้องการเพิ่ม ที่สำคัญ นโยบายรับคืนสินค้า หลายเว็บไซต์มักเกรงปัญหาของคืน จึงไม่ได้ใส่เงื่อนไขสำคัญนี้ในเว็บของตน หรือบางเว็บไซต์ก็ใส่ข้อมูลที่เยอะมากเกินไป กว่าลูกค้าจะคลิกเข้าไปซื้อของได้ก็เสียเวลาเปิดเข้าไปในแต่ละหน้านานมาก
ขาดบุคคลากรที่มีความรู้ การนำเสนอข้อมูลที่ขาดรายละเอียดนั้น บางครั้งมีลูกค้าอีเมล์มาสอบถามเพิ่มเติม แต่บางเว็บไซต์ไม่ได้ตั้งบุคคลากรเพื่อดูแลปัญหานี้ หรือขาดความรู้ในการเข้าถึง มีผู้ประกอบการหลายราย เปิดเว็บไซต์แล้ว ไม่ได้ตรวจอีเมล์ หรือตอบช้าเกินไป
ขาดการวางแผนตลาดรองรับ การมีเว็บไซต์เป็นเสมือนการเปิดร้านแห่งหนึ่งขึ้นบนโลกไซเบอร์ ซึ่งวันหนึ่งๆ มีเว็บเกิดขึ้นเป็นหมื่น หากไม่มีการวางแผนประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายรู้จัก ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ หลายเว็บเกิดขึ้นมาแบบขาดการวางแผน เห็นธุรกิจอื่นมีเว็บกัน ก็แค่อยากมีกับเขาบ้าง
ขาดการส่งเสริมอย่างจริงจัง มีหลายเว็บที่เปิดขึ้นมาแล้ว ขาดการดูแล ผู้ซื้อเข้ามากี่เดือนก็พบรูปแบบเหมือนเดิม ซ้ำโปรโมชั่นเก่าที่เอามาลดราคาก็หมดเขตไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้เว็บขาดความเชื่อถือ ผู้ซื้อก็จะหมดความสนใจในเว็บของเรา ดังนั้น เมื่อเปิดเว็บแล้ว ต้องติดตาม ตรวจสอบสถิติ และพัฒนาเว็บไซต์ของตนให้ทันสมัยอยู่เสมอ
หลงเทคโนโลยี การสร้างเว็บไซต์ บางครั้งผู้ประกอบการมักหลงใหลกับความงามของกราฟฟิก ใส่ภาพเคลื่อนไหว เสียงประกอบต่างๆ เข้าไป เพื่อหวังจะเรียกร้องความสนใจของผู้เข้าชม โดยลืมไปว่าสิ่งเหล่านี้ต้องทำให้ผู้ซื้อสินค้าเสียเวลาโหลดนานมากกว่าที่จะได้ดูสินค้าแต่ละหน้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การทำอีคอมเมิร์ชนั้น คงไม่ใช่แค่เพียงการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา แล้วใครต่อใครก็ต่ออินเทอร์เน็ตเข้าไปดูกันได้เท่านั้น เพราะหากว่าไปแล้ว เว็บไซต์ก็เหมือน “ภาพพจน์” หนึ่งของบริษัท หากท่านอยากทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ ควรคำนึงถึงอุปสรรคเหล่านี้ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะวัดชะตาว่าเว็บของเราจะรุ่งหรือร่วง</p>
<ol>
<li>การนำเสนอข้อมูลบนเว็บไซต์ หลายเว็บไซต์ยังขาดทักษะเรื่องของภาษา การนำเสนอขายสินค้า บางครั้งแค่ใส่ขนาดกับราคาเพียงเท่านั้น ขาดรายละเอียดทั้งในเรื่องของวัสดุ การใช้งาน และข้อมูลต่างๆ ที่ลูกค้าต้องการเพิ่ม ที่สำคัญ นโยบายรับคืนสินค้า หลายเว็บไซต์มักเกรงปัญหาของคืน จึงไม่ได้ใส่เงื่อนไขสำคัญนี้ในเว็บของตน หรือบางเว็บไซต์ก็ใส่ข้อมูลที่เยอะมากเกินไป กว่าลูกค้าจะคลิกเข้าไปซื้อของได้ก็เสียเวลาเปิดเข้าไปในแต่ละหน้านานมาก</li>
<li>ขาดบุคคลากรที่มีความรู้ การนำเสนอข้อมูลที่ขาดรายละเอียดนั้น บางครั้งมีลูกค้าอีเมล์มาสอบถามเพิ่มเติม แต่บางเว็บไซต์ไม่ได้ตั้งบุคคลากรเพื่อดูแลปัญหานี้ หรือขาดความรู้ในการเข้าถึง มีผู้ประกอบการหลายราย เปิดเว็บไซต์แล้ว ไม่ได้ตรวจอีเมล์ หรือตอบช้าเกินไป</li>
<li>ขาดการวางแผนตลาดรองรับ การมีเว็บไซต์เป็นเสมือนการเปิดร้านแห่งหนึ่งขึ้นบนโลกไซเบอร์ ซึ่งวันหนึ่งๆ มีเว็บเกิดขึ้นเป็นหมื่น หากไม่มีการวางแผนประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายรู้จัก ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ หลายเว็บเกิดขึ้นมาแบบขาดการวางแผน เห็นธุรกิจอื่นมีเว็บกัน ก็แค่อยากมีกับเขาบ้าง</li>
<li>ขาดการส่งเสริมอย่างจริงจัง มีหลายเว็บที่เปิดขึ้นมาแล้ว ขาดการดูแล ผู้ซื้อเข้ามากี่เดือนก็พบรูปแบบเหมือนเดิม ซ้ำโปรโมชั่นเก่าที่เอามาลดราคาก็หมดเขตไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้เว็บขาดความเชื่อถือ ผู้ซื้อก็จะหมดความสนใจในเว็บของเรา ดังนั้น เมื่อเปิดเว็บแล้ว ต้องติดตาม ตรวจสอบสถิติ และพัฒนาเว็บไซต์ของตนให้ทันสมัยอยู่เสมอ</li>
<li>หลงเทคโนโลยี การสร้างเว็บไซต์ บางครั้งผู้ประกอบการมักหลงใหลกับความงามของกราฟฟิก ใส่ภาพเคลื่อนไหว เสียงประกอบต่างๆ เข้าไป เพื่อหวังจะเรียกร้องความสนใจของผู้เข้าชม โดยลืมไปว่าสิ่งเหล่านี้ต้องทำให้ผู้ซื้อสินค้าเสียเวลาโหลดนานมากกว่าที่จะได้ดูสินค้าแต่ละหน้า ถ้าผู้ซื้อบางคนที่มีเวลาไม่มากเขาก็จะไม่รอ</li>
<li>ไม่กำหนดตลาด การที่อินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงคนได้ทั่วโลก ทำให้ผู้ค้าบางรายหวังขายสินค้าไปทั่วโลก ทั้งที่ในโลกการค้า ลักษณะการใช้ภาษาก็ดี, รูปแบบ, ราคาของสินค้าก็ดี ล้วนมีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้น เมื่อได้ข้อมูลความต้องการของลูกค้าที่ชัดเจนแล้ว ควรมุ่งเน้นไปยังตลาดกลุ่มเป้าหมาย ดีกว่าการทำตลาดแบบเหวี่ยงแห ซึ่งนอกจากเสียเวลาแล้ว ยังอาจเสียลูกค้าโดยไม่รู้ตัว เช่น หากจะขายเครื่องประดับราคาสูงแล้ว ก็ต้องไม่มีการขายตุ้มหู คู่ละ เหรียญอยู่ในเว็บ เป็นต้น</li>
<li>การออกแบบ การออกแบบเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ควรออกแบบให้ผู้ใช้ เข้าใจได้ง่าย โดยไม่ต้องมีคู่มือประกอบ สามารถค้นหาสินค้าได้สะดวก และชำระเงินได้โดยง่าย บางเว็บไซต์ ผู้ซื้อต้องกรอกข้อมูลมากเกินความจำเป็น ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย และรู้สึกว่าใช้งานลำบาก</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://website.jajar.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e2%80%9c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประโยชน์ของ CSS</title>
		<link>http://website.jajar.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-css/</link>
		<comments>http://website.jajar.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-css/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2009 04:33:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>toumtim</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[HTML tag ต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงผลจากคำสั่ง style sheet]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้ CSS ในการจัดรูปแบบการแสดงผล]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยลดการใช้ภาษา HTML]]></category>
		<category><![CDATA[ทำให้เป็นเว็บไซต์ที่มีมาตรฐาน หากเราใช้ CSS กับเอกสาร HTML]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ของ CSS]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://website.jajar.com/?p=237</guid>
		<description><![CDATA[ประโยชน์ของ CSS มีดังนี้
1. การใช้ CSS ในการจัดรูปแบบการแสดงผล และการตกแต่งเอกสารเว็บเพจ ทำให้ code ภายในเอกสาร HTML  ช่วยลดการใช้ภาษา HTML เหลือเพียงส่วนเนื้อหาทำให้เข้าใจง่ายขึ้น และการแก้ไขเอกสารทำได้ง่ายและรวดเร็ว
2. สามารถโหลดไฟล์ได้เร็ว เนื่องจากมีขนาดไฟล์ที่เล็กลง เพราะ code ภายในเอกสาร HTML ลดลง 
3. สามารถปรับปรุงหรือแก้ไขได้ง่าย เนื่องจากมีการกำหนดรูปแบบการแสดงผลจากคำสั่ง style sheet ชุดเดียวกัน ให้มีผลกับเอกสาร HTML ทั้งหน้า หรือทุกหน้าได้ไม่ต้องไล่ตามแก้ที่ HTML tag ต่างๆ ทั่วทั้งเอกสาร
4. สามารถควบคุมการแสดงผลที่เหมือนกัน หรือใกล้เคียงกัน ได้ในหลาย Web Browser
5. สามารถกำหนดการแสดงผลที่เป็นเนื้อหาเดียวกัน ในรูปแบบที่เหมาะกับสื่อชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลบนหน้าจอ, 
บนกระดาษเมื่อสั่งพิมพ์,บนมือถือ หรือบน PDA 
6. ทำให้เป็นเว็บไซต์ที่มีมาตรฐาน หากเราใช้ CSS กับเอกสาร HTML ของเรา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ประโยชน์ของ CSS มีดังนี้</p>
<p>1. การใช้ CSS ในการจัดรูปแบบการแสดงผล และการตกแต่งเอกสารเว็บเพจ ทำให้ code ภายในเอกสาร HTML  ช่วยลดการใช้ภาษา HTML เหลือเพียงส่วนเนื้อหาทำให้เข้าใจง่ายขึ้น และการแก้ไขเอกสารทำได้ง่ายและรวดเร็ว</p>
<p>2. สามารถโหลดไฟล์ได้เร็ว เนื่องจากมีขนาดไฟล์ที่เล็กลง เพราะ code ภายในเอกสาร HTML ลดลง </p>
<p>3. สามารถปรับปรุงหรือแก้ไขได้ง่าย เนื่องจากมีการกำหนดรูปแบบการแสดงผลจากคำสั่ง style sheet ชุดเดียวกัน ให้มีผลกับเอกสาร HTML ทั้งหน้า หรือทุกหน้าได้ไม่ต้องไล่ตามแก้ที่ HTML tag ต่างๆ ทั่วทั้งเอกสาร</p>
<p>4. สามารถควบคุมการแสดงผลที่เหมือนกัน หรือใกล้เคียงกัน ได้ในหลาย Web Browser</p>
<p>5. สามารถกำหนดการแสดงผลที่เป็นเนื้อหาเดียวกัน ในรูปแบบที่เหมาะกับสื่อชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลบนหน้าจอ, </p>
<p>บนกระดาษเมื่อสั่งพิมพ์,บนมือถือ หรือบน PDA </p>
<p>6. ทำให้เป็นเว็บไซต์ที่มีมาตรฐาน หากเราใช้ CSS กับเอกสาร HTML ของเรา ก็จะทำให้เข้ากับเว็บเบราเซอร์ในอนาคตได้ดี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://website.jajar.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-css/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

