บริการจัดทำเว็บไซต์กับเราวันนี้ โทร. 086-568-6096

ข่าวสารไอที

พาหุรัดดอทคอม ส่งชุดไทยโกอินเตอร์

“พาหุรัดดอทคอม” (www.phahurat.com) เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อเก๋ๆ รู้ได้ทันทีว่า สินค้าที่ขายต้องเป็นของขึ้นชื่อในย่าน “ตลาดพาหุรัด”

เว็บนี้ไม่ได้มีดี  “สินค้า” หรือ “ดีไซน์” การจัดวางรูปสวยๆ เพื่อเชิญชวนลูกค้าให้เข้ามาคลิกซื้อ

หากแต่การเพิ่มคอนเท้นท์ที่ให้ความรู้ เกี่ยวกับ “ชุดไทย” ในยุคสมัยต่างๆ ก็เป็น “จุดเด่น” ที่น่าสนใจไม่แพ้สินค้าที่กลายเป็นที่ชื่นชอบ และเป็นจุดหมายปลายทางหลัก ของบรรดาร้านอาหารไทยในต่างประเทศ..

“นวนพ วงศ์เสงี่ยม” ลูกหลานคนไทยที่ทำธุรกิจค้าขาย ในตลาดพาหุรัดมากกว่า 3 ชั่วอายุคน เจ้าของเว็บไซต์ www.phahurat.com เจ้าของรางวัลเว็บ Best Seller Award ปี 2009 จากตลาดดอทคอม เล่าว่า เขามีร้านขายชุดไทย และของชำร่วยในตลาดพาหุรัด ซึ่งเป็นธุรกิจตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น กระทั่งสู่ยุคที่อินเทอร์เน็ตเฟื่องฟู เขาจึงไม่พลาดที่จะนำ “ชุดไทย” ที่คลุกคลีมาตั้งแต่เด็กขึ้นบนโลกขายของออนไลน์

“จริงๆ แล้วในย่านพาหุรัดกว่า 80% เป็นจะเครือญาติของผมหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านขายชุดไทย ของชำร่วย ร้านของผมก็แตกไลน์มาจากร้านของคุณแม่ แต่ตอนนี้ได้ขยายสาขาจากพาหุรัดมาเปิดร้านที่พระราม 9 ตัดใหม่เรียบร้อย โดยเป็นร้านที่มีสินค้าอยู่ในเว็บไซต์พาหุรัดดอทคอมทั้งหมด แต่สินค้าในเว็บบางรายการก็อาจไม่มีโชว์ที่หน้าร้าน”

เขา เล่าว่า ต่อเดือนจะมีลูกค้าสั่งซื้อชุดไทยทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ ถ้าเป็นในประเทศ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารไทยที่ต้องการโชว์ความเป็นไทย จะสั่งซื้อชุดไปเป็นยูนิฟอร์มของพนักงานบริการในร้าน รวมไปถึงตามงานแต่งงานที่ต้องการชุดไทยในช่วงพิธีการต่างๆ

“อย่างตอนนี้ เรามีลูกค้าของศูนย์ศิลปาชีพ มาสั่งตัดชุดไทย โดยให้เราเป็นคนออกแบบ แต่ใช้ผ้าของทางศิลปาชีพ ซึ่งเราไม่ได้ขายแค่ชุดไทยสำเร็จรูปอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรับออกแบบ ชุดไทยในโอกาสต่างๆ ด้วย หรืออย่างกีฬาซีเกมส์ที่ผ่านมาทางเว็บเราก็เป็นคนออกแบบชุดไทยที่เชิญเหรียญ รางวัล”

ขณะที่ลูกค้าในต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารไทยที่ต้องการให้พนักงานบริการในร้านได้ใส่ชุดไทย ก็มียอดสั่งซื้อต่อเดือนมาเป็นจำนวนมาก เพราะร้านอาหารไทยในต่างประเทศถือว่าเป็นร้านเกรดพรีเมี่ยม หรู ได้รับความนิยมจากคนต่างชาติมากทำให้ยอดออเดอร์ชุดไทยโดยเฉพาะช่วงปลายปีมี เข้ามาตลอด

“ประเทศที่สั่งซื้อมากที่สุด คือ ร้านอาหารไทยในอเมริกา รวมไปถึงคนไทยที่ต้องการชุดไทยเพื่อแต่งไปร่วมงานประเพณีต่างๆ ในต่างประเทศ เช่น ลอยกระทง สงกรานต์ รองลงมาก็จะเป็นออสเตรเลีย และอังกฤษ ซึ่งผมมองว่าที่อังกฤษน่าจะเป็นอีกตลาดที่มีแนวโน้มดี เพราะร้านอาหารไทยในอังกฤษ ส่วนใหญ่ไม่ใช่เจ้าของคนไทย แต่อยากได้ชุดไทยไปเป็นชุดของพนักงานบริการร้าน”

ขณะที่ คลังสินค้าชุดไทยในเว็บพาหุรัด นอกจากโรงงานผลิตที่เป็นของครอบครัวเขาแล้ว ยังมีการสั่งผ้ามาจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศด้วย เช่น อยุธยา  อรัญประเทศ เป็นต้น

“เว็บไซต์เป็นเหมือนพนักงานขายทำงาน ให้เราได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในช่วงเวลาที่เราพักผ่อนตอนกลางคืน ลูกค้าต่างประเทศก็จะเข้ามาซื้อสินค้า ผมมองว่าเว็บมันเพิ่มโอกาสให้เราได้จริงๆ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซยังเป็นอะไรที่น่าลงทุน เริ่มต้นได้ง่าย ใช้เงินงบประมาณก็ต่ำ ค่าใช้จ่ายรายปีแค่หลักพันบาท ถ้าเราไม่มีลูกค้าเข้าเว็บเราก็ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ เหมือนร้านค้าที่มีหน้าร้าน”

นวนพ บอกว่า ถึงวันนี้ เฉลี่ยแล้วต่อเดือนธุรกิจชุดไทยบนเว็บพาหุรัดดอทคอม สร้างรายได้ให้ครอบครัวได้ไม่ต่ำกว่าหลักแสนบาทต่อเดือน

“ตอนนี้เว็บพาหุรัดถือเป็นเว็บอันดับ 1 ในกูเกิลเสิร์ช หากคุณเสิร์ชคำว่าชุดไทย หรือคำว่า thai dress” นวนพ ว่า

ขอบคุณ เอกรัตน์ สาธุธรรม

Tags : , , , , , , , , ,

Fakebook ยุคที่ความลวงไล่ล่าคุณ!

ในยุคนี้ที่ใครๆ ก็มีเพื่อนเป็นนายกฯ (แค่คลิก add friend) นักคิด (มาก) อยากชวนสวนทางคิดว่าเรากำลังติดอยู่กับอะไรที่ปลอมๆ เฟคๆ บ้าง

มันคงไม่ใช่เรื่องที่ควรจะปล่อยผ่านไปเฉยๆ ได้แน่นอน หากมีใครสักคนสะกิดไหล่คุณ พร้อมกับพูดว่า “ผมว่าตอนนี้ สังคมมันผิดปกติไปแล้วว่ะ” เพราะถ้าใครสักคนรู้สึกอะไรแบบนี้ขึ้นมาแล้วถึงขั้นปริปากบอกคนอื่น เดาได้เลยว่า เขาคนนั้นคงมีอะไรอัดอั้นในใจจนอยากถ่ายเทมันออกมา…

ภาสกร ประมูลวงศ์ ผู้แปลหนังสือเล่มล่าสุด Microtrends: The Small Forces Behind Tomorrow’s Big Changes ของ มาร์ค เพนน์ ก็คงเป็นเช่นนั้น เพราะหลังจากจับจ้องมองปรากฏการณ์ทางสังคมรอบๆ ตัว เขาก็ได้ข้อสรุปมาบทหนึ่ง

“ยิ่งนับวัน ชีวิตคนเรา ยิ่งอยู่กับเทคโนโลยี ยิ่งอยู่กับเลขฐานสองมากขึ้นทุกวัน ก็ยิ่งห่างไกลความเป็นปุถุชน แม้กระทั่งไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ต เดินไปกดตู้เอทีเอ็ม ก็จะมีเสียงกุ่งกิ๊งๆ เหมือนกับว่าถูกรบกวนด้วยอะไรบางอย่างที่เราไม่ต้องการ แล้วดันไม่มีใครถามด้วยนะว่า เราอยากจะเอาหรือเปล่า เราว่านะ ของพวกนี้บางทีมันก็เป็นสารพิษรุนแรงพอๆ กับไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่เลย” ภาสกร ป้อนเสียงใส่เครื่องอัดเทปเป็นชุดๆ เหมือนปืนกลที่อัดกระสุนมาเต็มแม็ก..

‘ภาสกร ประมูลวงศ์’ คือคอลัมนิสต์ นักแปลหนังสือ นักแปลบทภาพยนตร์ นักทำโฆษณาและภาพยนตร์สารคดี และในสายป๊อปคัลเจอร์ เขาคือนักสังเกตการณ์สายตาคมกริบอีกคนหนึ่ง

Pop Up Society และเลขฐานสอง

มันเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่คงยากที่จะบอก แต่ถ้าลองตั้งสตินิ่งๆ แล้วมองไปรอบข้าง คุณจะเห็นว่า ณ ขณะนี้ ชีวิตของคุณโดนห้อมล้อมด้วยสื่อนานาชนิดไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเดินศูนย์การค้า หรือแม้แต่กดตู้เอทีเอ็ม มันจะมี “เสียงบางเสียง” ป๊อปอัพขึ้นมาเตะหูคุณอยู่ตลอดเวลา

“มันเกิดขึ้นเพราะการตลาดที่พยายามหาหนทางเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้า หมายอย่างรวดเร็ว และตัดขั้นตอนตรงกลางมากที่สุด” ภาสกร ละเลียดทัศนะจากก้อนสมอง

“ยิ่งเศรษฐกิจกอดรัดฟัดเหวี่ยงหนักๆ อย่างทุกวันนี้ ก็ยิ่งทำให้การขายสินค้า ทำยังไงก็ได้เพื่อให้ถึงกลุ่มลูกค้าเร็วที่สุด โดยไม่สนใจวิธีการ คือทำไงก็ได้ให้มันไปถึงคนซื้อคนสุดท้ายที่เป็นเจ้าของเงินในกระเป๋า

“ผมเข้าใจนะว่ามันเป็นเรื่องการตลาด แต่ว่าเรื่อง Ad ป็อปอัพ ผมว่ามันแฝงกับไวรัล มาร์เก็ตติ้ง มันปีนเกลียวกับกอริลล่า แอดเวอร์ไทซิ่ง ถามว่าอะไรควรไม่ควร อะไรถูกอะไรผิด ผม ตัดสินเรื่องนี้จากไอเดีย อย่างกอริลล่า แอดเวอร์ไทซิ่ง หรือไวรัล มาร์เก็ตติ้ง นั่นยังพอมีหนทางให้เลือก มันจะปรากฏตัวแล้วก็ให้เลือกว่า เอาไม่เอา ซื้อไม่ซื้อ แต่ Pop Up มันเข้ามาแบบที่เราไม่ได้ต้องการเลย”

ใช่แต่เพียงเท่านั้น เพราะถ้าคนคนหนึ่งถึงขั้นหลุดปากออกมาว่า “สังคมทุกวันนี้มันเหมือน เดินไปอย่างผิดปกติ” นั่นย่อมจะมีอะไรที่ ‘ลึกซึ้ง’ กว่านั้นแน่นอน และสำหรับภาสกร เขาไม่ได้มองแค่ว่าสื่อเหล่านั้นหรอกที่ “รบกวนชีวิตประจำวัน” แม้แต่มนุษย์เองก็ดูจะยินยอมพร้อมใจให้มีเดียเหล่านั้น ‘ครอบงำ’ ชีวิตของตัวเองเช่นกัน

“มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม อยู่คนเดียวไม่ได้ อยู่คนเดียวแล้วจะตาย แต่เชื่อไหม ทันทีที่มนุษย์อยู่คนเดียว จะมีเพื่อนคนนึงมาหาเรา เพื่อนคนนั้นชื่อ ‘ความเหงา’ ..ความเหงานี่เป็นเพื่อนที่สนิทของมนุษย์เล แต่ทุกวันนี้ คนเรามองความเหงาเป็นผู้ก่อการร้าย จะฆ่ามันให้ตาย ทุกคนจะพยายามไม่เหงา ดังนั้น ลองมองไปรอบๆ สิครับ มันเกิดอะไรขึ้น”

“เราไม่มีหนังแบบเดวิด ลินช์ อีกแล้วที่แบบว่า โอ้โห ดูแล้วเหงาชิ_หายเลย เราไม่มีหนังแบบ Sleepless in Seattle อีกแล้ว ที่พล็อตง่ายแสนง่าย แต่ไดอะล็อกเจ๋งมากๆ ซึ่งสมัยนี้ไม่ใช่แล้ว เดี๋ยวนี้มันต้องไมเคิล เบย์ คือโผล่มาฉากแรก ก็ซัดกันเลย ปั้งๆๆ ไม่ยอมให้คนดูนั่งเหงาเลย”

แล้วทั้งหมดนี้มันเกิดจากอะไรล่ะ? ภาสกรตอบว่า…

“คือตอนนี้ สังคมมันถ่ายเทไปอยู่ในออนไลน์ เคยมีเด็กอายุ 7 ขวบ จองตั๋วเครื่องบินทางอินเตอร์เน็ตแล้วโกหกว่าอายุ 12 คือเขาต้องการจะเดินทางคนเดียวโดยไม่ต้องมีผู้ปกครอง แล้วพอดี เพื่อนมาเจอก็ทักว่า เฮ้ย ทำไมบอกอายุ 12 แกเพิ่ง 7 ขวบเอง ไอ้เด็กคนนั้นบอกว่าทุกอย่างที่อยู่ในคอมพิวเตอร์น่ะ คนเชื่อหมดแหละ จะใส่อะไรลงไปก็ได้ อันนี้คือเด็กเจ็ดขวบนะฮะ แล้วนับประสาอะไรกับรูปปลอมๆ ถ่ายเสร็จปั๊บก็รีทัชแบบว่าสุดเฉียบเนี้ยบนิ้ง เหลาจมูกซะแหลมเปี๊ยว แต่งทรวดทรงองค์เอวให้เรี่ยมเร้ แล้วก็พยายามที่จะเมกเฟรนด์น่ะ เมกเฟรนด์แบบแกนๆ ด้วย

“เรารู้นะว่า เค้าต้องการเพื่อน น่าเศร้าที่เค้าต้องการเพื่อนแบบผิดวิธี เค้าต้องการเพื่อน แต่เค้าไม่วิ่งไปหาเพื่อน กลับวิ่งไปหาเทคโนโลยี แล้วถามหน่อยเถอะ ไม่มีเพื่อนที่ชั้นเรียนบ้างเลยรึไง หรือไม่มีใครคบ แล้วทำไมต้องไปเสาะแสวงหาเพื่อนอีกห้าขั้นบันได ทำไมต้องไปไล่แอดฯ คนอื่นในอินเตอร์เน็ต แทนที่จะออกไปข้างนอกแล้วยิ้มให้คนอื่น แค่นี้ก็ได้เพื่อนแล้ว ไม่ต้องคลิกด้วย” ภาสกร ยังคงร่ายยาว

“ผมไม่รังเกียจโซเชียลเน็ตเวิร์ก จริงๆ คอนเซ็ปต์ของมันเป็นสังคมอุดมคติเลยนะ คล้ายๆ โลกยูโธเปียออนไลน์ เพราะในนั้น ทุกคนไม่มีชนชั้น เสมอภาคกัน ออกความเห็นได้ เป็นเพื่อนนายกฯ เป็นเพื่อนท่านประธานาธิบดีบารัค โอบามาได้ คือ ในทางหลอกๆ น่ะ มันเป็นได้ แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นไปไม่ได้หรอก คุณลองไปเจอท่านนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วบอกสิว่า ผมเป็นเพื่อนคุณใน Twitter, facebook, hi5 เพราะผมไปแอดท่านไว้แล้ว แล้วดูซิว่านายกมาร์กจะพูดยังไง”

นั่นจึงเป็นที่มาของคำล้อที่ภาสกรปิ๊งขึ้นมาในสมองว่า Fakebook เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เห็น มันถูก ‘ตัดต่อศัลยกรรม’ และ Fake กันไปหมด

“ผมกล้าเคลมเลยนะว่า เกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ในเฟสบุ๊ค ในไฮไฟว์ ทวิตเตอร์ ทั้งรูป ทั้งอิมเมจ มันคือภาพที่เขาอยากให้เราเห็นในแบบๆ นั้น ผมวัดจากคนใกล้ตัว เอาไฮไฟว์เค้ามานั่งดู เออ..ไม่ใช่อย่างที่เห็นในชีวิตจริงเลยว่ะ อันนี้สามารถพิสูจน์ได้จากสิ่งที่ผมเห็นมากับตาตัวเอง แต่ที่มันอัพขึ้นไฮไฟว์น่ะ มันคนละแบบกันเลย”

เจเนอเรชั่น นาว

แน่นอน ทั้งหมดทั้งมวลที่พูดมา ภาสกรบอกว่า เขาเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับสิ่งเหล่านั้นหรอก เขาเพียงแค่รู้สึกว่า “โลกมันไปกันใหญ่แล้ว” ก็เท่านั้นเอง

“ที่เราเป็นห่วงคือพวกวัยรุ่น อย่างหลานผมแปดขวบ มีไฮไฟว์แล้วนะ ออนเอ็มคุยกับเพื่อนแล้ว ไม่รู้จักวิดีโอหรือดีวีดี แต่รู้จักยูทูบ ประกาศตัวเป็นสาวก ‘ยูทูบเบอร์’ (Youtuber) เน็ตที่บ้านช้าก็โทรสั่งเองเลย ตอนบ่ายมาเปลี่ยนเป็น Wi-fi ความเร็วสูงสุดเลย ผมถามว่าเอามาทำอะไร หลานตอบว่ายูทูบจะได้เร็ว เค้าจึงเรียกเด็กรุ่นนี้ว่า Generation Now (I Want it Now !) ไง ฉันจะเอาเดี๋ยวนี้ ฉันจะเอาตอนนี้ ดังนั้น สังเกตดูซิว่า สินค้าทุกอย่างในโลกนี้ตอนนี้มันแข่งที่ความเร็ว คือโลกมันเป็นเจเนอเรชั่น นาว กันหมด มันรอกันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

“สิ่งหนึ่งซึ่งแว้บขึ้นมาในหัวเราก็คือว่า เดี๋ยวนี้ รอ-เรือ- ออ-อ่าง คนเราเขียนไม่เป็นกันแล้ว มันจะเขียนเป็นแต่ว่า ดอ-เอี๋ยว-เดี๋ยว นอ-อี๊-นี้ ‘เดี๋ยวนี้’ โฆษณาขายรถนี่ก็ต้องบอกว่า เร็วเท่านี้ๆ  ขายคอนโดก็ต้องโพนทะนาว่า 5 นาทีก็ถึงออฟฟิศแล้ว 15 นาทีจากทองหล่อ เพียง 20 นาทีจากทางด่วน ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่า เฮ้ย อยู่ที่นี่รถติดชั่วโมงนึงเลยนะ แต่ถ้าคุณเอาหนังสือติดมือไปด้วย ก็จะได้ความรู้

“คนทุกวันนี้มองไปแต่ข้างหน้า ไม่มองข้างทางกันแล้ว ใช้ความเร็วเป็นที่ตั้ง รีบๆ ทำ รีบๆ รวย รีบๆ เลิก น้ำขึ้นให้รีบตัก เพลงบางเพลงมี Expired Date แค่อาทิตย์เดียว ขายไม่ได้ เก็บเลย เดี๋ยวศิลปินคนอื่นเสียโอกาสขาย”

เจ้าความเร็วที่ว่านั้น ดูราวกับเป็นกลจักรทำให้ชีวิตถูกกระทำให้ต้อง “อัพเดท” และ “รีเฟรช” อยู่ตลอดเวลา อย่างไรอย่างนั้น? ภาสกรนิ่งนาน ก่อนสาธยาย..

“เวลานี้ คำว่า บล็อก ก็กลายเป็นคำโบราณไปแล้ว ทั้งๆ ที่เกิดมาไม่กี่ปีเองนะ มันเร็วมาก แต่น่าเป็นห่วงเยาวชนไทยบางกลุ่ม เขาเสพแต่เพียงผิวเผิน มีไฮไฟว์ไว้เพียงเพื่อเคลมเพื่อนได้ว่า เฮ้ย กูมีเพื่อนมากกว่ามึงว่ะ แต่ไม่ค่อยมีใครรู้หรอกว่า คอนเซ็ปต์จริงๆ ของไฮไฟว์มันคืออะไร คิดอีกรอบนะ โซเชียลเน็ตเวิร์ค และ เว็บ 2.0 ทำนองนี้ ทำให้คุณค่าของคำว่าเพื่อนลดลง แต่ก่อนคำว่า ‘เพื่อน’ ถือเป็นคำพูดที่มีความหมาย น่ายกย่อง มันโรแมนติก เสริมค่าความเป็นคน แต่ตอนนี้ แค่คุณแอดเข้าไปในแอดเดรสบุ๊ค เท่านี้คุณก็ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนผมแล้ว..โอ้ มันง่ายขนาดนี้เลยเหรอ

“สำหรับผมแล้ว เพื่อนต้องมากับการพิสูจน์อะไรบางอย่าง มันต้องใช้เวลาเพื่อบอกว่าคนๆ นี้ เป็นเพื่อนเราหรือเปล่า แต่สมัยนี้ไม่ใช่ เมื่อเราอยู่กับอะไรที่ปลอมๆ วันหนึ่งเราก็จะปลอมๆ เหมือนกัน”

ทางรอดจากความลวง

“คือผมไม่ได้รังเกียจไฮไฟว์หรือเฟสบุ๊คนะ แต่เราไม่เห็นว่ามันจะสำคัญตรงไหน” ผู้ชายคนเดิมยังไม่หยุดที่จะชวนคิด

“เพราะคนที่เอาไปใช้ ไม่เห็นความสำคัญของมันน่ะ ไม่เขียนอะไรที่เป็นประโยชน์ แต่ถ้าเกิดไฮไฟว์ มันถูกสร้างด้วยคนน่าสนใจแล้วมีเรื่องดีๆ ผมก็จะเข้าไปอ่านนะ เพียงแต่หาไม่ค่อยเจอ และที่สำคัญ ตอนนี้ ไฮไฟว์มันกลายเป็น Bad Name ไปแล้ว สมมติผมมีไฮไฟว์ คนก็จะแบบ..เอ๊ย พี่เอกมีไฮไฟว์ด้วยเว้ย สงสัยจะมี ‘รูปน้องๆ’ เยอะละซิ คนจะคิดไปอย่างนั้น แต่สมมุติว่ามีคนเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้กัน มาคอยเขียนว่าวันนี้เราไปอ่านหนังสือเล่มนี้มา ดีอย่างงั้นอย่างงี้ คนเล่นไฮไฟว์ก็จะบลาๆๆๆ ไม่เอาๆ ไปหาไอ้คนที่มีรูปหญิงให้ดูเยอะๆ ดีกว่า”

แล้วสุดท้าย เราควรจะทำอย่างไรกับสิ่งเหล่านี้ดี? ภาสกรมองไปรอบๆ…

“ทุกคนหยุดก่อนได้ไหม หยุดก่อนสักวัน แล้วดูซิว่ามีใครตายหรือเปล่า คือถ้าไม่มีใครตาย นั่นแสดงว่า เราสามารถอยู่ได้โดยไม่มีไฮไฟว์ โอเค วันแรกผ่านไป ไม่มีอันตรายถึงชีวิต วันที่สอง น้องเสี้ยนไฮไฟว์ป่าวล่ะ อะ ให้เข้าได้ 5 นาที (หัวเราะ) แต่จะเป็น 5 นาทีที่มีค่าที่สุด เขียนในสิ่งที่อยากเขียน บรรยายถึงสิ่งที่หัวใจปรารถนา แล้วเรามาลองดู ผลลัพธ์ในวันที่สามว่าจะเป็นอย่างไร ผมว่าโลกออนไลน์ เมื่อมีความจริงเข้าไปปรากฏผสมอยู่ มันอาจไม่ดีในชั่วข้ามคืน แต่ผมมั่นใจว่ามันจะน่าอยู่มากขึ้น

“ในฐานะที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ผมอยากบอกว่า น่าเสียดายเวลาแทนคนรุ่นนี้ที่มัวแต่ใช้เวลาไปกับสิ่งลวงๆ เสพติดการอัพเดตอะไรปลอมๆ สู้เอาเวลาไปอ่านหนังสือ หรือฟังเพลง หรือดูหนังดีๆ ยังจะมีประโยชน์กว่า แต่ก็โอเคครับ ถ้าน้องๆ ที่เล่นไฮไฟว์อยู่ หรือกำลังกรำโซเชียลเน็ตเวิร์คอยู่อย่างขะมักเขม้น จะเห็นว่ามันดีก็ตามใจ

“..แล้ววันหนึ่งเมื่อคุณอายุเท่าผม หรือเกือบๆ เท่าผม (เลขสี่นำหน้า) เมื่อคุณย้อนไปอ่านบันทึกชีวิตที่ถ่ายทอดผ่านไฮไฟว์ ดูรูปตัวเองบนนั้น บางทีคุณอาจอุทานกับตัวเองว่า แหม..ทำไมฉัน ปัญญาอ่อนจังเลย”

ขอบคุณ บุญเรือง บุญสัตย์

Tags : , , , , , , , , , ,

เปิดเว็บร้องเรียนความเร็วเน็ตจับผิดไอเอสพีโฆษณาเกินจริง

สบท.จับมือสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยเปิดโครงการ “สปีดเทสต์” (Speed Test) เก็บข้อมูลใช้บริการเน็ตผ่านเว็บไซต์ จับผิดไอเอสพีโฆษณาเกินจริง

น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวว่า สบท. ได้ร่วมมือกับสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย (สบท.) จัดทำ “โครงการสำรวจและทดสอบคุณภาพความเร็วอินเทอร์เน็ต ปี 2552 ” เพื่อเก็บข้อมูลข้อร้องเรียนจากผู้บริโภคที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ต โดยเปิดให้ผู้บริโภคเข้าทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ตัวเองใช้ผ่านเวบไซต์ที่จัดระบบไว้ ที่ www.speedtest.or.th ซึ่งระบบจะทดสอบความเร็วของผู้ให้บริการรายนั้นในทันที และเก็บข้อมูลไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ของเวบนี้  จากนั้นจะนำผลที่ได้มาประมวลและเผยแพร่ให้สื่อมวลชนและผู้บริโภคทราบถึง คุณภาพการบริการของผู้ให้บริการแต่ละราย

สาเหตุที่ริเริ่ม โครงการนี้ เนื่องจากการเก็บสถิติเก็บ รวบรวมตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2552 รวมแล้ว 622 เรื่อง ซึ่งพบว่า ปัญหาที่โดนร้องเรียน เกี่ยวกับบริการอินเทอร์เน็ต มากถึง 90% เป็นการร้องเรียนเรื่อง ประสิทธิภาพและความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ใช้ ไม่เป็นไปตามที่ผู้ให้บริการโฆษณา

ทั้งนี้ สบท.พบว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้แข่งขันกันโฆษณาเรื่องความเร็วอินเทอร์เน็ตเริ่ม ตั้งแต่ที่ความเร็ว 3 เม็กกะบิตต่อวินาที จนถึง 10 เม็กกะบิตวินาที  ส่งผลให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการตามความเร็วที่ต้องการจากผู้ให้บริการราย ต่าง ๆ  และพบว่าผู้ให้บริการบางรายได้รับความเร็วอินเทอร์เน็ตไม่เป็นไปตามความต้องการที่ใช้บริการ หรือที่โฆษณา จึงเข้าร้องเรียนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ

“จุด มุ่งหมายของการสำรวจข้อมูลนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลมาปรับปรุงคุณภาพ การให้บริการแก่ผู้บริโภค ซึ่งหากมีผู้ประกอบการรายได้มีข้อร้องเรียนเกินกว่า 50% ก็จะแจ้งให้กทช.ดำเนินการต่อไป แต่เพื่อให้พัฒนาบริการไม่ใช่เพื่อปิดการให้บริการแต่ประการใด” น.พ.ประวิทย์กล่าว

โดยปัจจุบัน แม้จะไม่มีบทลงโทษกับผู้ประกอบการที่ให้บริการ ไม่เป็นไปตามที่โฆษณาเอาไว้ แต่การสำรวจข้อมูลที่จะปิดเก็บระบบเฟสแรกเป็นเวลา 3 เดือนหรือ 24.00 น.วันที่ 30 พ.ย.นี้ จะนำผลมาเปิดเผย ซึ่งคาดว่าจะมีผลต่อผู้ประกอบการนำไปพัฒนาคุณภาพของตนเองให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ซึ่งหากได้ผลดีก็จะดำเนินการเก็บข้อมูลระยะต่อไป เพราะใช้งบประมาณดำเนินการไม่มากเพียง 4 แสนบาทสำหรับการดำเนินการและลงทุนระบบในเฟสแรกนี้

“เราต้องวางรากฐานคุณภาพบริการอินเทอร์เน็ตไว้ แต่แรก เพราะต่อไปบริการนี้จะสำคัญควบคู่กับบริการมือถือที่ต่อเน็ตได้เช่นกัน ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับแนวโน้มของประเทศอื่นๆ ในโลกที่มีข้อร้องเรียนจากการใช้งานโทรคมนาคมสูงสุดแซงหน้าบริการด้าน อสังหาริมทรัพย์ บ้านที่ดินแล้ว” น.พ.ประวิทย์กล่าว

ด้านนายวสุ คุณวาสี ผู้อำนวยการด้าน Wire Voice Service บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด  ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์รายใหญ่ กล่าวว่า ต้องดูว่าเว็บตรวจสอบความเร็วที่ทางสบท. ตั้งขึ้นมานั้น ตรวจสอบบนหลักการพื้นฐานอะไร เพราะหากทดสอบบนพื้นฐานความเร็วอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศ แล้วนำมาใช้กับความเร็วอินเทอร์เน็ตในไทยก็อาจมีการคลาดเคลื่อน

ทั้งนี้ เชื่อว่า ข้อเรียกร้องส่วนใหญ่ของคนใช้อินเทอร์เน็ต คือ การโหลดเว็บไซต์ต่างประเทศเป็นหลัก เพราะขึ้นอยู่ปัจจัยหลายอย่าง ทั้งขนาดของเซิร์ฟเวอร์ปลายทางที่อาจมีขนาดเล็ก การจราจรบนอินเทอร์เน็ต ณ ขณะนั้นหนาแน่น ส่วนถ้าเป็นเว็บในไทย มักจะไม่ค่อยมีปัญหา

โดยปัจจุบันเว็บของทรูได้เปิดให้ทดสอบความเร็วได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว โดยลิงค์ไปยังเว็บเอดีเอสแอลไทยแลนด์ (www.adslthailand.com) ซึ่งเป็นเว็บที่มีมาตรฐานในการตรวจสอบความเร็วบรอดแบนด์ในไทย ซึ่งหากสบท.ขอความร่วมมือมาก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือเต็มที่

ขอบคุณ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

Tags : , , , , , , , ,

สงครามสื่อออนไลน์ แนวรบการเมืองที่เปลี่ยนไป

ปฎิเสธไม่ได้ว่าการใช้ระบบเครือข่ายอินเทอร์ เน็ตที่สามารถเชื่อมโยงมนุษย์ และข้อมูลจากทั่วทุกมุมโลกเข้าด้วยกัน ทำให้การต่อสู้กันทางความคิดผ่านหน้าเว็บไซต์เพื่อใช้ในการตอบโต้ฝ่ายตรง ข้าม รวมทั้งการปลุกระดมชี้นำมวลชนให้ต่อต้านอำนาจรัฐจากแกนนำที่อยู่นอกประเทศ ด้วยเทคโนโลยี VDO Link โดยการสื่อสารผ่านระบบ Broadband Internet การรายงานเหตุการณ์และการกระจายข่าวสารที่เกิดขึ้นในรูปแบบดิจิทัล (VDO clip) สู่เว็บไซท์สังคมเครือข่าย (Social network) และ Blog  Hi5 หรือ IM (Instant Messaging) เพื่อสื่อสารกับกลุ่มประชาชนที่ใช้อินเทอร์เน็ตในเรื่องที่เกี่ยวข้องผ่าน สังคมเครือข่ายต่างๆ กำลังทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

ร.ศ.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ นักวิชาการอิสระด้าน นิเทศศาสตร์ กล่าวว่า ปัจจุบันสื่ออินเทอร์เน็ตได้สร้างการเมืองในรูปแบบที่ไม่เคยจินตนาการมาก่อน โดยที่รัฐไทยรับมือไม่ทัน ดังจะเห็นจากปัญหาวิกฤติการณ์เมืองที่ผ่านมาจะเห็นว่า อำนาจและพลังในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในฐานะ user มาเป็นผู้สื่อสารด้วยตนเองทั้งทางตรงและทางกว้าง

“ขณะ นี้รัฐไทยและประเทศเพื่อนบ้านจำเป็นต้องไล่ปิดเว็บไซต์และบล็อกที่ต่อต้าน รัฐ เพราะว่าเสียงชองประชาชนในชุมชนออนไลน์กลายเป็นเสียงที่มีอำนาจและมีน้ำหนัก ในการสร้างประชามติ และสามารถสร้างฐานการเมืองใหม่ๆ ได้ ดังจะเห็นจากการชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายของบารัก โอบามาและพรรคบาลในมาเลเซียซึ่งได้ที่นั่งในสภาชนะพรรคอัมโน อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน”

ร.ศ.อุบลรัตน์ กล่าวว่า ในการต่อสู้เพื่อแย่งชิงมวลชน ในอดีตไม่เคยมีใครสนใจสมาชิกในโลกไซเบอร์ แต่สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคการเมืองและนักการเมืองจะมองข้ามสื่อออนไลน์ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว  การหาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน คงใช้มาได้ผล แต่จะมีการใช้อินเทอร์เน็ตในการสร้างฐานการเมืองใหม่ที่ไม่ใช่กลุ่มเสื้อ เหลือง เสื้อแดง หรือเสื้อน้ำเงิน เพราะประชาชนทุกคนสามารถจัดตั้งกลุ่มของตัวเองได้ โดยไม่มีการผูกขาด แต่คนในชุมชนอินเทอร์เน็ตจะมีการสร้างประชามติใหม่ๆ เพื่อมีส่วนร่วมพัฒนาประชาธิปไตย ซึ่งนักการเมืองและพรคการเมืองจะต้องรับฟัง

ร.ศ.สิริพรรณ นกสวน อาจารย์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งข้อสังเกตว่า การใช้สื่อออนไลน์ต่อสู้ทางการเมืองนั้น ในแง่รัฐศาสตร์เป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง แต่ประเด็นหลักที่ทำให้สื่อออนไลน์มีศักยภาพเกิดจากการถูกเชื่อมต่อผ่านทีวี เพื่อรุกเข้าสู่ชุมชน ซึ่งประสบความสำเร็จมากกว่า และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้กลุ่มการเมืองต่างๆ ใช้เป็นแนวทางการต่อสู้ทางความคิด

“การพัฒนาของกลุ่มพันธมิตรประชาชน ประชาธิปไตย เป็นตัวอย่างที่ดี แม้ผู้จัดการจะมีสื่ออินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมมาก แต่ต้องไม่ลืมว่า ข่าวของเขาตอบสนองประชาชนได้หลากหลาย มีหลายคอลัมน์บนเว็บไซด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ขณะเดียวกันเขาก็ใช้สื่อเอเอสทีวี เป็นทัพหน้าลุยเข้าไปหาชุมชน

ดัง นั้น จึงไม่แปลกที่กลุ่มเสื้อแดงที่มีหลายคนเป็นเจ้าของเว็บไซต์ต่อต้านรัฐ และนักการเมืองที่มีแนวคิดเดียวกับ พ.ต.อ.ทักษิณ จะหันมาเปิดดีสเตชั่นและพยายามดิ้นรนเปิดสถานีโทรทัศน์ใหม่รูปแบบเดียวกับเอ เอสทีวีให้ได้

ร.ศ. สิริพรรณ ยังกล่าวอีกว่า ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปสงครามบนหน้าเว็บซ์จะมีอิทธิพลเฉพาะคนชั้นกลางที่ เข้าถึงสื่อประเภทนี้เท่านั้น แต่จะไม่ส่งผลในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองและนักการเมืองอย่างชัดเจน เนื่องจากมีหลายปัจจัยหลัก อาทิเช่น  อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตในชนบทยังเติบโตช้ามาก และระบบอุปภัมภ์ของนักการเมืองและกลุ่มหัวคะแนนยังมีผลต่อการตัดสินใจ

นอกจากนี้กลุ่มการเมืองท้องถิ่นยังมีเครือข่ายกว้างขวางกว่าสื่ออินเทอร์เน็ต

“คน ที่ใช้สิทธิการเลือกตั้งสูง ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ใช้อินเทอร์เน็ตไม่เป็น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ ซึ่งฐานคะแนนของพรรคการเมืองและนักการเมืองจะอยู่ตรงนี้มากกว่าในหน้าเว็บไซ ต์ สงครามสื่อออนไลน์จะเข้ามามีอิทธิพลต่อคนไทยแน่ แต่อาจจะอีก 5-10 ปีข้าวหน้า ซึ่งเชื่อว่านักการเมืองและพรรคการเมืองหลายพรรคได้ปรับตัวแล้ว เหตุไม่จำเป็นต้องกลัวการเปิดแนวรบสื่อออนไลน์เพราะคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็น พวกมีความรู้ ทั้งนิสิต นักศึกษาและกลุ่มที่มีอุดมคติต่างจากคนส่วนใหญ่ ซึ่งเขาอาจไม่ชอบทั้งเหลืองและแดง แต่ก็ไม่เอาระบบศักดินา” อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว

ด้านดร.พันธุ์ศักดิ์ ศิริรัชพงษ์ ผู้ อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันแม้สื่อในโลกไซเบอร์จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นช่องทางที่ทำได้ง่าย หากก็มีข้อจำกัดคือ ผู้เข้าถึงข้อมูลส่วนใหญ่เป็นคนในเมือง โดยขณะนี้มีตัวเลขผู้เข้าใช้อินเทอร์เน็ตเพียง 15-16 ล้านคนเท่านั้น และมีการรวมตัวหลวมๆ อย่างกระจัดกระจาย  ดังนั้น ข้อมูลต่างๆ ที่เผยแพร่ผ่านเว็บจึงไม่น่าจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในเรื่องใดเรื่อง หนึ่ง

“ในมาเลย์ฯและอเมริกา มีสภาพเป็นชุมชนเมืองมากกว่า ขณะที่ไทยยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลง่ายขนาดนั้น อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า การใช้สื่อออนไลน์ในอนาคตเพื่อเข้าถึงประชาชนคงจะเพิ่มขึ้น แต่คงไม่ทั่วถึง ดังนั้น หากต้องการดึงมวลชน สื่อทีวีและหนังสือพิมพ์จะยังมีอิทธิพลมากกว่า”ดร.พันธุ์ศักดิ์ กล่าว

ทั้ง นี้ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค (NECTEC) ได้ทำการสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยผ่านออนไลน์  จำนวน 14,809  คน ในช่วงเดือน สิงหาคม-กันยายน 2551 ที่ผ่านมา ในประเด็นกระแสความนิยมของ Social Network ในประเทศไทยนั้น พบว่า Hi5 เป็นเว็บที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมีผู้ใช้งานสูงถึง 47.5% เฉลี่ย 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ และ 69.7% มีบล็อก (Blog) เป็นของตัวเอง ส่วนวิกีพีเดีย (Wikipedia) เป็นเว็บไซต์ที่มีการใช้งานรองลงมาคือ 14.4% Youtube 12.6%  และ Myspace 3.8%  ตามลำดับ

ศิริโชค โสภา ส.ส.พรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า  เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองได้ให้ความสำคัญกับการใช้สื่ออินเทอร์เน็ตในลำดับ ต้นๆ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสมาชิก เฉพาะในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้พยายามเข้าไปชี้แจงในหลายเว็บไซต์ที่มี การให้ข้อมูลด้านเดียว ผ่านสมาชิกแฟนพันธ์แท้ และแฟนคลับรุ่นใหม่ ซึ่งมีทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษา

เว็บไซด์ของพรรคการเมือง ไม่มีใครเข้าไปดู เพราะเป็นการสื่อสารทางตรง คนจะเบื่อไม่ชอบ เราก็จะใช้ทางอ้อม อาทิเช่น สร้าง Hi5 ของตัวเองขึ้นมา  หรือตั้งกระทู้เพื่อทำให้เกิดการตอบโต้กันทางความคิด อย่าง Hi5 ของนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะนี้มีสมาชิกเครือข่ายถึง 4-5 แสนคน ทิ้งพ.ต.ท.ทักษิณ แบบชนิดไม่เห็นฝุ่น ส่วนนักการเมืองคนอื่นๆ ตัวอย่างเช่น ผมเอง คนเข้ามาแค่หลักหมื่น แล้วแต่ความนิยม

ทั้งนี้ มีข้อมูลระบุว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนักการเมืองคนแรกที่มีเว็บไซต์ของตัวเอง ตามมาด้วยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พล.อ.ชัยสิทธิ ชินวัตร  นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ นายมีชัย วีระไวทยะ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฯลฯ

Tags : , , , , , , , , , ,

รมว.ไอซีทีเปิดศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนตำบล จ.หนองคาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนตำบลชุมภูพร ณ โรงเรียนบ้านห้วยลึก อำเภอศรีวิไล จังหวัดหนองคาย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากระบบอินเทอร์เน็ต

ATNN (23 มิ.ย.) ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวระหว่าง เป็นประธานเปิดศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนตำบลชุมภูพร ณ โรงเรียนบ้านห้วยลึก อำเภอศรีวิไล จังหวัดหนองคาย ว่า กระทรวงไอซีที ต้องการให้ชุมชนที่มีความพร้อม มีศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนเพื่อให้บริการแก่ประชาชนรวมทั้งส่วนราชการอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง ได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากระบบอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนตำบลชุมภูพรแห่งนี้ อยู่ภายใต้การดำเนินงานของโครงการระยะที่ 3 ปีงบประมาณ 2552 ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากข้อเสนอของชุมชนทั่วประเทศ

สำหรับ ชุมชนตำบลชุมภูพร มีความพร้อมและผ่านหลักเกณฑ์ที่กำหนดในทุกด้าน ได้แก่  สถานที่จัดตั้ง  ศักยภาพบุคลากร การบริหารจัดการงบประมาณ ข้อมูล องค์ความรู้ และวิสัยทัศน์การมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้นำ จึงได้รับคัดเลือกให้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน โดยมีจุดที่ตั้ง ณ โรงเรียนบ้านห้วยลึก เพื่อให้บริการแก่ประชาชนรวมทั้งส่วนราชการอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง

ศูนย์ฯ นี้เป็นศูนย์ขนาด XL มีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการ 20 เครื่อง และเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย 1 เครื่อง พร้อมระบบเครือข่ายและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับการให้บริการแก่ประชาชน

Tags : , , , , , , , , , , ,