บริการออกแบบเว็บไซต์ โดยทีมงานกราฟิกดีไซน์มืออาชีพ เน้นความสวยหรูทันสมัย เพื่อความโดดเด่นบนตัวเว็บคุณ
บริการออกแบบแฟลช เน้นการเคลื่อนไหวที่อลังการ ด้วยแอนนิเมชั่น เทคนิคและลูกเล่นต่างๆ โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ
บริการจัดทำเว็บอีคอมเมอร์ส ร้านค้าออนไลน์ ขายสินค้าออนไลน์ แนะนำสินค้า สนับสนุนระบบการชำระเงินออนไลน์
บริการพัฒนาเว็บไซต์ พัฒนาโปรแกรมบนเว็บ ระบบการจัดการหลังบ้าน ติดตั้งเครื่องมือต่างๆ ที่จำเป็นบนเว็บไซต์
บริการจัดทำเว็บไซต์กับเราวันนี้ โทร. 086-568-6096
้http://www.littlebasil.com
ตัวอย่าง Website ร้านอาหารไทยที่ทางบริษัทจัดทำขึ้น
Tags : Web Design, website, การออกแบบเว็บไซต์, ทำเวบไซต์, เว็บ E-Commerce, เว็บดีไซน์, เว็บไซต์
JavaScript เป็นภาษา script ที่ใช้งานบนเว็บเพจต่างๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำให้เว็บเพจสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ดีขึ้น มักใช้ JavaScript เขียนเป็นฟังก์ชั่นสำหรับใช้งานต่างๆ เช่น ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในแบบฟอร์ม, ตรวจสอบชนิดและรุ่นของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์, สร้างไฟล์ cookie, สร้างลูกเล่นต่างๆ เป็นต้น
JavaScript เป็นภาษาประเภท Interpreted Language กล่าวคือ คอมพิวเตอร์จะแปลคำสั่งที่ละบรรทัด โดยไม่ต้องมีการ compile ก่อน
JavaScript เป็น Client-side Script ซึ่งจะประมวลผลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ โดยใช้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ เช่น IE (version 3 ขึ้นไป), Netscape (version 2 ขึ้นไป), Firefox ซึ่งสนับสนุนการทำงานของ JavaScript ดีอยู่แล้ว การที่ JavaScript ไม่ได้ถูกประมวลผลบนเครื่อง Web Server จะช่วยแบ่งเบาภาระการทำงานของ server และทำงานได้รวดเร็ว
Tags : Client-side Script, Interpreted Language, javascript, JavaScript คือ อะไร
W3C คืออะไร
W3C หรือ World Wide Web Consortium เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ทำงานด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเว็บ นำโดยนาย ทิม เบิร์นเนอร์ ลี (Tim Berners-Lee) ก่อตั้ง W3C ในปี ค.ศ.1994 และมีองค์กรสมาชิกมากกว่า 450 องค์กร ซึ่งรวมถึงองค์กรอย่าง Microsoft, Sun Microsystems และอื่น ๆ อีกมากมาย องค์กรนี้ประกอบด้วยสถาบัน 3 สถาบันคือ MIT ในสหรัฐอเมริกา INRIA ในยุโรป และ Keio University ในญี่ปุ่น
มาตรฐานของ W3C มีอะไรบ้าง
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำตามมาตรฐานเว็บ
1. ประโยชน์ต่อซอฟแวร์หรือเครื่องจักร
2. ประโยชน์ต่อผู้ใช้
3. ความมีเสถียรภาพ
Tags : W3C, W3C คืออะไร, World Wide Web Consortium, มาตรฐาน W3C, มาตรฐานของ W3C, มาตรฐานของ W3C มีอะไรบ้าง
1. Targetting the wrong keywords
การเลือกใช้ keyword ที่ผิด เป็นข้อที่นักพัฒนาเว็บผิดพลาดกันมาก แม้กระทั่งผู้ชำนาญด้าน SEO ยังอาจมองข้ามเช่นกัน… ส่วนใหญ่เรามักจะทำเว็บโดยตั้งชื่อเว็บเป็นชื่อตัวเองหรืออาจเป็นอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ในเชิง SEO อาจส่งผลเรื่องการติดอันดับ เว้นแต่ว่าเว็บของคุณจะโด่งดังแล้ว สังเกตง่ายๆเวลาคุณ search หาอะไรก็ตาม เว็บไซต์ที่ชื่อเป็น keyword มักจะอยู่อันดับต้นๆ เสมอ นอกจากการตั้ง keyword ที่ถูกต้องแล้ว ต้องนำไปวิเคราะห์ตลาดด้วย ควรเอา keyword ที่มีการแข่งขันกันน้อยๆ จะทำให้เว็บของคุณขึ้นอันดับได้เร็วขึ้น
2. Ignoring the Title tag
การเพิกเฉย ไม่สนใจเขียน title อาจทำให้ติดอันดับยาก.. เพราะ title เป็นส่วนที่สำคัญมาก ส่วนใหญ่ search engine จะมองมาที่โดเมนและ title ก่อน เพราะเป็นการบอกว่าเนื้อหาในเว็บของคุณเกี่ยวกับอะไร ถ้าไม่มีอะไรบอก search engine ก็ยากที่เวบไซต์ของคุณจะขึ้นอันดับง่ายๆ … การเขียน title ที่ดีควรมี keyword ด้วย
3. A Flash website without a html alternative
เว็บไซต์ที่ทำด้วย flash ดึงดูดผู้ใช้เว็บไซต์มาก แต่ไม่ใช่สำหรับ spider ของ search engine เพราะไม่ชอบ flash และ ไม่สามารถอ่าน flash ได้ดี … ดีที่สุดควรทำเว็บแบบ html ธรรมดา
4. JavaScript Menus
search engine ไม่ค่อยอ่านหน้าเว็บที่เป็น JavaScript ..วิธีการแก้ไขก็คือควรทำ link ใน html ของคุณไปอ่าน JavaScript ต่างหาก
5. Lack of consistency and maintenance
เว็บขาดการดูแลและเอาใจใส่ … ควรมีความสม่ำเสมอในการพัฒนาเว็บไซต์ เช่น อัปเดต ข้อมูลให้น่าสนใจสำหรับผู้อ่าน จะสังเกตว่าอันดับใน search engine ของคุณ เปลี่ยนแปลงทุกวัน ถ้าเราหยุดอัฟเดตเว็บแค่ช่วงเวลาหนึ่งมันจะทำให้เว็บเราตกอันดับไปไกล.. เพราะฉะนั้นก็คิดซะว่า การที่ทำเว็บไซต์ขึ้นมาสักเว็บ หมายถึงว่าคุณได้ทำธุรกิจอีกอันหนึ่งแล้ว ก็ต้องดูแลเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ จึงจะเป็นธุรกิจที่ดีได้
6. Concentrating too much on meta tags
คนส่วนใหญ่มักจะเพ่งไปที่การทำ meta tage (title, keyword, title description) ก็เป็นเรื่องถูกต้องแล้ว แต่การทำ SEO ที่มุ่งแต่เพียง meta tag อย่างเดียว ไม่ทำให้ขึ้นอันดับดีได้เสมอ.. มีอีกหลายๆอย่างที่คุณควรให้ความสำคัญโดยเฉพาะเนื้อหาที่มีคุณภาพ และ backlink
7. Using only Images for Headings
หลายคนคิดว่าการใช้เพียงรูปภาพและเขียนหัวข้อที่ดึงดูด จะทำให้คนเข้าเว็บได้มาก …ก็ถูกต้อง แต่เข้ามาแล้วจะกลับมาชมอีกหรือไม่ ไม่แน่ เพราะถ้าไม่มีเนื้อหาอะไรเลย ก็เหมือนเป็นเว็บไซต์ร้างๆ อีก1 เว็บ
เว็บไซต์ที่ดีมักจะมีแฟนๆ เข้ามาติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอ.. อีกอย่าง search engine จะอ่าน text เป็นหลักด้วย
8. Ignoring URLs
ไม่สนใจโดเมนหรือ sub โดเมน .. อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า search engine จะมองมาที่โดเมนและ title ก่อน
การใช้ keyword ลงไปใน โดเมนและsub โดเมน ก็สำคัญเช่นกัน
9. Backlink spamming
search engine ใหญ่ๆ อย่าง Google เน้นเรื่อง backlink ซึ่งเป็นการบอกว่า เว็บไซต์นั้นมีเนื้อหาดีจึงมี backlink เยอะ… ไม่แปลกที่จะมีคนทำเว็บหลายคนที่ต้องการได้ backlink เร็วๆ จึงพยายามโกงด้วยวิธีต่างๆ ซึ่ง ไม่เป็นการดีเลย ..ถ้า search engine จับได้ เวบไซต์จะโดนแบนทันที …เพราะฉะนั้นพยายามทำ quility backlink ดีทีสุด โดยเน้นเนื้อหาดีๆมีคุณภาพ จะได้ backlink เองธรรมชาติ
10. Lack of keywords in the content
ขาดการใช้ keyword ในเนื้อหาของเว็บไซต์ … มี search engine หลายที่ที่เน้น เรื่อง keyword และการใช้ keyword ในเนื้อหา จะทำให้หน้าเว็บของเนื้อหานั้นๆ สามารถปรากฎในผลลัพธ์การค้นหาจาก keyword นั้นได้
กล่าวโดยสรุป ความผิดพลาดส่วนใหญ่ คือ การที่เน้นทำ SEO ในทางเดียวเกินไป ซึ่งในความเป็นจริง การทำ SEO ในทุกกระบวนการสำคัญทั้งหมด ทั้ง การใช้ keyword ให้ถูกต้อง การทำเว็บให้น่าสนใจ และดูแลเนื้อหา โดยเฉพาะการทำเนื้อหาที่มีคุณภาพ เพราะถ้าคุณมีเนื้อหาคุณภาพแล้ว คนอื่นๆ จะนำเรื่องของคุณไปแปะที่เว็บของเค้าเอง โดยมี link ของเราไปด้วย.. ซึ่งคุณจะได้ backlink โดยธรรมชาติและมหาศาล เว็บไซต์ของคุณจะอยู่อันดับต้นๆ ของ search engine ได้อย่างภาคภูมิและมั่นคงอย่างแน่นอน…
Tags : 10 ข้อผิดพลาดของการทำ SEO, SEO, การทำ SEO, ข้อผิดพลาด SEO, ข้อผิดพลาดของการทำ SEO, ข้อผิดพลาดในการทำ SEO
สำหรับผู้ประกอบการ
1. ทำให้สามารถประหยัดเงิน เพราะไม่ต้องทำเอกสารประกอบการขายเช่นแค็ตตาล็อค โบว์ชัวร์ และเอกสารประกอบการขายอื่นๆ และไม่เสียค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสาร เหตุผลเหล่านี้ทำให้ต้นทุนในการสื่อสารต่ำลง
2. ทำให้สามารถประหยัดเวลาและลดขั้นตอนทางการตลาด เนื่องจากไม่ต้องใช้เวลาในการผลิตสื่อทั้งทางด้านการประสานงานกับบริษัทโฆษณาและการผลิตเอกสาร ลดขั้นตอนการใช้พนักงานขายในการเข้าพบลูกค้า ผู้ประกอบการสามารถเสนอข้อมูล
ให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง และเมื่อลูกค้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือเฉพาะเจาะจงผู้ประกอบการก็สามารถจัดทำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้การซื้อขายสะดวกขึ้น
3. ทำให้ผู้ขายสามารถกำหนดขบวนการการซื้อได้ เพราะการขายบนเว็บผู้ขายสามารถจัดขั้นตอนการจัดซื้อให้ลูกค้าดำเนินตามขั้นตอนที่กำหนดด้วยการอำนวยความสะดวกในเรื่องของแบบฟอร์มและการกรอก เพียงลูกค้าคลิ๊กเม้าท์เท่านั้น
ขบวนการในการซื้อก็จบลง ซึ่งเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด
4. ทำให้ผู้ขายสามารถให้ข้อมูลแก่ลูกค้าได้มากเท่าที่ลูกค้าต้องการและข้อมูลจะเป็นมาตรฐาน ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับการตลาดแบบดั้งเดิมที่ใช้พนักงานเป็นผู้ให้ข้อมูล มาตราฐานของข้อมูลจะขึ้นอยู่กับความเหนื่อยและอารมณ์ของพนักงาน
5. ทำให้ตลาดกว้างใหญ่ไพศาล เพราะสามารถขายให้กับลูกค้าทั่วโลก ดังนั้นระยะทางและเวลาจะไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการขาย
6. ทำให้สามารถกำจัดอุปสรรคในการขายสินค้าในบางประเทศเพราะสามารถขายให้กับทุกคนที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ กฎ ระเบียบ และข้อจำกัดต่างๆ ทางการค้าซึ่งเคยเป็นอุปสรรคในการตลาดแบบดั้งเดิมจะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป โดยเฉพาะยิ่งสินค้าที่ซื้อขายด้วยวิธีดาวน์โหลด
7. ทำให้สามารถขายและสื่อสารได้ตลอดเวลาด้วยมาตรฐานเดียวกันตลอด 365 วัน และ 24 ชั่วโมง ซึ่งทำให้สามารถขายได้ตลอดเวลา
8. ทำให้การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ทำได้กว้างขวาง เพราะสามารถเชื่อมโยงกับเว็บต่างๆได้ ผู้สนใจสามารถ ค้นหาข้อมูลจากเว็บอื่นได้ ทำให้เข้าถึงผู้ซื้อได้มาก
9. ข้อมูลจากผู้ซื้อทำให้นักการตลาดปรับแผนและกลยุทธ์การตลาดได้อย่างรวดเร็ว ข้อเสนอแนะหรือข้อคิดเห็นของผู้ซื้อจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงสินค้า ราคา เงื่อนไขและกลยุทธ์การตลาดต่างๆได้
10. ทำให้ผู้ประกอบการสามารถสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาดของคู่แข่งขันได้โดยการเข้าไปในเว็บของคู่แข่งขันก็จะทราบกลยุทธ์การตลาด ทำให้สามารถปรับแผนการตลาดได้อย่างรวดเร็ว
ข้อดีสำหรับลูกค้า
1. ลูกค้าสามารถเลือกสินค้าและบริการได้ทั่วโลกทำให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด
2. ผู้ซื้อจ่ายเงินซื้อสินค้าน้อยลง เพราะผู้ขายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทางด้านคนกลาง นอกจากนี้ผู้ขายมักจะขายในราคาใกล้เคียงกับคู่แข่งขันเพราะผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบราคาได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
3. ผู้ซื้อประหยัดเวลาในการเลือกซื้อ เพราะสามารถหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและใกล้เคียงกับความเป็นจริง ในการตลาดแบบดั้งเดิมผู้ซื้อต้องเดินทางหลายแห่ง หรือต้องเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปยังสถานที่ขายสินค้า แม้ว่าถึงสถานที่ขายก็อาจมีสินค้า
ให้เปรียบเทียบได้ไม่ครบ แต่การเลือกซื้อบนเว็บสามารถเปรียบเทียบสินค้าได้ครบและด้วยเทคโนโลยีสามารถทำให้สินค้าใกล้เคียงความจริงมากที่สุด
Tags : การทำเว็บไซต์มีข้อดีการตลาดแบบนี้พอสรุปได้ดังนี้, ข้อดีสำหรับลูกค้า, สำหรับผู้ประกอบการ